ก็ในอรรถกถาทุกนิบาตท่านกล่าวไว้ว่า วิตกเป็นไปด้วยการยก
จิตไว้ในอารมณ์ ดุจนกใหญ่ไปในอากาศเอาปีกทั้งสองจับลมไว้แล้ว ทำให้
ปีกทั้งสองสงบเงียบบินไป, วิจารเป็นไปด้วยความคลุกเคล้าอารมณ์ ดุจ
นกกระพือปีกเพื่อจับลมแล้วจึงบินไปฉะนั้น. วิจารย่อมสมควรในการ
เป็นไปด้วยความผูกพันอารมณ์นั้น. ส่วนความแตกต่างวิตกวิจารนั้น
ปรากฏในฌานที่ ๑ และฌานที่ ๒. อีกอย่างหนึ่ง วิตกเหมือนมือที่จับ
แน่นของคนผู้จับภาชนะสำริดที่สนิมกัดด้วยมือข้างหนึ่งแน่น. แล้วขัด
ด้วยแปรงทำด้วยหางสัตว์จุ่มน้ำมันผสมผงละเอียดด้วยมืออีกข้างหนึ่ง.
วิจารเหมือนมือที่ขัด.
อนึ่ง วิตกเหมือนมือที่บังคับของช่างหม้อผู้ใช้ไม้หมุนล้อทำ
ภาชนะ, วิจารเหมือนมือที่เลื่อนไปข้างโน้นข้างนี้. อนึ่ง วิตกยกจิตไว้
ในอารมณ์เหมือน กณฺฏโก - หนามที่เสียบไว้ท่ามกลางของผู้ทำวงกลม,
วิจารการคลุกเคล้าอารมณ์เหมือนหนามที่หมุนอยู่ภายนอก. ปฐมฌาน
ย่อมเป็นไปกับด้วยวิตกและวิจาร เหมือนต้นไม้ย่อมเป็นไปกับด้วยดอก
ไม้และผลไม้ เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวฌานนี้ว่า สวิตกฺกํ สวิจารํ
ดังนี้.
ในบทว่า วิเวกชํ นี้ ความสงัด คือ วิเวก ความว่า
ปราศจากนิวรณ์. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า วิเวก เพราะอรรถว่า สงัด,