Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 527

เล่ม มมร. 68 หน้า 527 ข้อ 85
จริงอยู่ วิปัสสนาเป็นส่วนเบื้องต้นของฌานเหล่านั้น เป็นอัน สหรคตด้วยโสมนัสบ้าง สหรคตด้วยอุเบกขาบ้าง, วุฏฐานคามินี สหร- คตด้วยโสมนัสเท่านั้น. องค์ฌาน ๒ ด้วยสามารถแห่งอุเบกขาและความ มีจิตมีอารมณ์เดียว ในมรรคที่ทำปฐมฌานให้เป็นบาทแล้วเกิดขึ้น, องค์ แห่งโพชฌงค์ ๖ และ ๗. ความวิเศษแม้นี้ย่อมมีด้วยสามารถความนิยม ทั้งสอง. จริงอยู่ ในนัยนี้วิปัสสนาในส่วนเบื้องต้น สหรคตด้วยโสมนัส หรือสหรคตด้วยอุเบกขา. วุฏฐานคามินี สหรคตด้วยอุเบกขาเท่านั้น. นี้ในมรรคที่ภิกษุทำอรูปฌานให้เป็นบาทแล้วให้เกิดขึ้น ก็พึงทราบนัย นี้เหมือนกัน. ส่วนในจตุกนัยนี้พึงนำวิตกวิจารออกไป แล้วประกอบ ส่วนที่เหลือ เพราะทุติยฌานไม่มีวิตกวิจาร. สมาบัติที่ภิกษุอยู่ในที่ที่ ใกล้มรรค ซึ่งภิกษุออกจากฌานเป็นบาทอย่างนี้แล้วพิจารณาสังขาร อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทำให้เกิดขึ้น ย่อมทำสมาบัติเช่นกับตน เช่นเดียว กับเหี้ยทำสีให้เหมือนสีพื้นดินฉะนั้น. ในวาทะของพระเถระรูปที่ ๒ มีอยู่ว่ามรรคย่อมเป็นเช่นกับสมา- บัติที่ภิกษุออกแล้วพิจารณาถึงธรรมในสมาบัติเกิดขึ้น. แม้ในวาทะของ พระเถระนั้นพึงทราบวิปัสสนานิยม โดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล. ในวาทะของพระเถระรูปที่ ๓ มีว่ามรรคเป็นเช่นกับฌานที่ทำ ให้เป็นบาท ตามสมควรแก่อัธยาศัยของตนแล้ว พิจารณาธรรมในฌาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka