อนึ่ง พระตถาคตนั้นไม่ว่าในกาลไหนๆ ไม่ทรงทำเหมือนอย่าง
ที่คนพาลทั้งหลายพวกใดพวกหนึ่ง สำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต ทำบาปใน
ที่ลับด้วยเกรงว่าจะไม่ได้รับการสรรเสริญ เพราะเหตุนั้น พระตถาคต
จึงเป็นพระอรหันต์ เพราะไม่มีความลับในการทำบาป. บัณฑิตกล่าว
นัยที่ ๕ ว่า
ยสฺมา นตฺถิ รโห นามปาปกมฺเมสุ ตาทิโน
รหาภาเวน เตเนส อรหํ อิติ วิสฺสุโต.
ขึ้นชื่อว่าความลับในบาปกรรมมิได้มีแก่พระ-
ตถาคตผู้มั่นคง เพราะเหตุนั้น พระตถาคตนั้น
จึงปรากฏพระนามว่า อรหํ เป็นพระอรหันต์ เพราะ
ไม่มีความลับ.
ท่านกล่าวสรุปความทั้งหมดไว้อย่างนี้ว่า
อารกตฺตา หตตฺตา จ กิเลสารีน โส มุนิ
หตสํสารจกฺกาโร ปจฺจยาทีน จารโห,
น รโห กโรติ ป ปานิ อรหํ เตน วุจฺจติ.
พระมุนีนั้น เพราะทรงเป็นผู้ไกลจากกิเลส ๑
เพราะกำจัดข้าศึก คือกิเลส ๑ เพราะหักซี่ล้อ คือ
สังสารจักร ๑ ทรงสมควรแก่ปัจจัยเป็นต้น ๑