ในบทว่า ยโส นี้ ได้แก่ บริวาร. บทว่า อิธ คือ ในโลกนี้.
บทว่า เอกจฺโจ คือ คนหนึ่ง.
บทว่า ลาภเหตุ - เพราะเหตุแห่งลาภ คือ ลาภนั่นแลเป็นเหตุ,
เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าว ลาภเหตุโต - เพราะเหตุแห่งลาภ. บทนี้เป็น
ปัญจมีวิภัตติลงในอรรถว่า เหตุ. บทว่า ลาภปจฺจยา ลาภการณา
เป็นไวพจน์ของบทว่า ลาภเหตุนั้นนั่นแล. ความจริงผลนั้นย่อมมาถึง
เพราะอาศัยเหตุนั่นแล เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปจฺจโย, และ
เหตุทำให้เกิดผล เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า การณํ. บทว่า ยถา-
สมาทินฺนํ - ตามที่ตนสมาทาน ได้แก่ ล่วง คือประพฤติล่วงสิกขาบท
ที่ตนสมาทาน คือถือไว้แล้ว.
บทว่า เอวรูปานิ คือ มีสภาพอย่างนี้, อธิบายว่า มีประการ
ดังกล่าวแล้ว.
บทว่า สีลานิ คือ จะเป็นศีลของคฤหัสถ์ก็ตาม ศีลของบรรพ-
ชิตก็ตาม, ศีลหนึ่งข้อในข้อต้นหรือข้อสุดท้ายขาด ชื่อว่า ขณฺฑานิ-
ศีลขาด ดุจผ้าสาฎกขาดในที่สุด.
ศีลข้อหนึ่งขาดในท่ามกลาง ชื่อว่า ฉิทฺทานิ - ศีลทะลุ ดุจผ้า
สาฎกลูกเจาะในท่ามกลาง.