Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 587

เล่ม มมร. 68 หน้า 587 ข้อ 91
บทว่า อภิญฺาย สมฺโพธาย ได้แก่ มรรค. บทว่า นิพฺพานาย ได้แก่ นิพพาน เท่านั้น. พึงทราบกถา ที่ยังไม่ชัดอย่างนี้ว่า ท่านกล่าวว่า วิปัสสนาในฐานะ ๑, มรรคใน ฐานะ ๒, นิพพานในฐานะ ๓. แต่โดยปริยายบททั้งหมดเหล่านี้เป็น ไวพจน์ของมรรคบ้าง เป็นไวพจน์ของนิพพานบ้าง. ๘๙] บัดนี้ พระสากรีบุตรครั้นแสดงประเภทของศีลที่มีอยู่ด้วย มีที่สุดและไม่มีที่สุดแล้ว เพื่อแสดงประเภทของศีลโดยสัมปยุตด้วย ธรรม ด้วยชาติ ด้วยปัจจัยต่อไป จึงกล่าวบทมีอาทิว่า กิ สีลํ-อะไร เป็นศีลดังนี้. ในบทเหล่านั้น ชื่อว่า สมุฏานํ เพราะมีวิเคราะห์ว่าศีลเป็น เหตุตั้งขึ้น. บทนี้เป็นชื่อของปัจจัย. ชื่อว่า สมุฏานํ เพราะมี วิเคราะห์ว่าศีลมีอะไรเป็นมุฏฐาน. ชื่อว่ากติธมฺมสโมธานํ เพราะ มีวิเคราะห์ว่าศีลเป็นที่ประชุมที่ประมวลแห่งธรรมอะไร. บทว่า เจตนา สีลํ-เจตนาเป็นศีล ความว่า เจตนาของผู้ เว้นจากปาณาติบาตเป็นต้น หรือของผู้บำเพ็ญวัตรปฏิบัติ. บทว่า เจตสิกํ สีลํ-เจตสิกเป็นศีล ความว่า การเว้นของ ผู้เว้นจากปาณาติบาตเป็นต้น. อีกอย่างหนึ่ง เจตนาชื่อว่าเป็นศีล ได้ แก่ เจตนาในกรรมบถ ๗ ของผู้เว้นจากปาณาติบาตเป็นต้น. เจตสิก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka