Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 611

เล่ม มมร. 68 หน้า 611 ข้อ 91
นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ, วิราคา วิมุจฺจติ.๑ - เมื่อจิตตั้งมั่นย่อมรู้เห็นความ ความเป็นจริง, เมื่อรู้เมื่อเห็นตามความเป็นจริงย่อมเบื่อหน่าย, เมื่อ เบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด, เพราะกายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้นดังนี้. จึงกล่าวบทมีอาทิว่า เอกนฺตนิพฺพิทาย - เพื่อความเบื่อหน่ายโดยส่วน เดียว. เมื่อแสดงความเบื่อหน่ายแล้วก็เป็นอันแสดงยถาภูตญาณทัสนะ อันเป็นปทัฏฐานแห่งความเบื่อหน่ายนั้นนั่นแล. เมื่อยถาภูตญาณ- ทัสนะนั้นยังไม่สำเร็จ ความเบื่อหน่ายก็ยังไม่สำเร็จ. ก็บทเหล่านั้น มีอรรถดังได้กล่าวไว้แล้วนั้นแล. แต่ในที่นี้ยถาภูตญาณทัสนะ กำหนด เอานามรูปพร้อมด้วยปัจจัย. พระสารีบุตรครั้นแสดงถึงประโยชน์ของศีล อันมีอมตมหานิพ- พานเป็นที่สุด อย่างนี้แล้ว บัดนี้ประสงค์จะแสดงความที่ศีลนั้นเป็น อธิศีลสิกขา และอธิจิตสิกขา อธิปัญญาสิกขา อันมีอธิศีลสิกขาเป็น มูล จึงกล่าวบทมีอาทิว่า เอวรูปานํ สีลานํ สํวรปริสุทฺธิ อธิสีลํ- ความบริสุทธิ์แห่งความสำรวมศีลเห็นปานนี้เป็นอธิศีล. ในบทเหล่านั้น ความบริสุทธิ์ คือ ความสำรวมนั่นเอง ชื่อว่า สังวรปาริสุทธิ. ความบริสุทธิ์แห่งความสำรวมศีลอาศัยวิวัฏฏะ อันเป็น ศีลไม่มีที่สุดเห็นปานนี้ ท่านกล่าวว่า เป็นอธิศีล เพราะเป็นศีลยิ่งกว่า ศีลที่เหลือ เพราะอาศัยวิวัฏฏะ. ๑. ขุ. ป. ๓๑/๑๘๒.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka