Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 633

เล่ม มมร. 68 หน้า 633 ข้อ 93
ถืออรรถว่ากำหนดถือเอาความเที่ยง และอรรถว่าไม่แส่ไปไว้ในที่นี้ใน ภายหลัง เพราะควรบรรลุด้วยการกำหนดถือวีริยพละใหญ่แห่งโลกุตระ นั่นเอง และเพราะไม่มีความแส่ไปด้วยความเสื่อมแห่งโลกุตรมรรค. ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่า ไม่ขุ่นมัวโดยไม่มีกิเลสเกิดขึ้น. ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหว เพราะความไม่หวั่นไหว, ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่า หลุดพ้นจากกิเลส เพราะพ้นจากกิเลสด้วยการข่มไว้ หรือด้วยการตัดเด็ดขาด และเพราะน้อมไปในอารมณ์. บทว่า เอกตฺตุปฏฺานวเสน จิตฺตสฺส ิตตฺตา เพราะความ ที่จิตตั้งอยู่ด้วยสามารถความตั้งมั่นในความเป็นจิตมีอารมณ์เดียว ความ ว่า เพราะความที่จิตตั้งมั่นโดยไม่หวั่นไหวในอารมณ์แห่งจิต ด้วยสามารถ การตั้งมั่นอย่างหนักในอารมณ์เดียว ด้วยการประกอบสมาธินั่นเอง. พึงทราบว่า ในคู่ ๘ ท่านกล่าวถึงคู่ เหล่านี้ คือ ย่อมแสวงหา ย่อมไม่แสวงหา คู่ที่ ๑, ย่อมถือเอา ย่อมไม่ถือเอา คู่ที่ ๒ ย่อมปฏิบัติ ย่อมไม่ปฏิบัติคู่ที่ ๓ ด้วยความไม่เหลือแห่งจิตที่น้อมไปในท่ามกลาง ความอ่อนแห่งอุปจาระในส่วนเบื้องต้นจากวิถีแห่งอัปปนา, พึงทราบ บทนี้ว่า ฌายติ ฌาเปติ - ย่อมเพ่ง ย่อมเผา ด้วยสามารถอุปจาระ ในวิถีแห่งอัปปนา. พึงทราบว่า ท่านกล่าวถึงคู่ ๔ เหล่านี้ คือ เพราะ แสวงหา เพราะไม่แสวงหา คู่ที่ ๑, เพราะยึดมั่น เพราะไม่ยึดมั่น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka