ถืออรรถว่ากำหนดถือเอาความเที่ยง และอรรถว่าไม่แส่ไปไว้ในที่นี้ใน
ภายหลัง เพราะควรบรรลุด้วยการกำหนดถือวีริยพละใหญ่แห่งโลกุตระ
นั่นเอง และเพราะไม่มีความแส่ไปด้วยความเสื่อมแห่งโลกุตรมรรค.
ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่า ไม่ขุ่นมัวโดยไม่มีกิเลสเกิดขึ้น. ชื่อว่าสมาธิ
เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหว เพราะความไม่หวั่นไหว, ชื่อว่าสมาธิ
เพราะอรรถว่า หลุดพ้นจากกิเลส เพราะพ้นจากกิเลสด้วยการข่มไว้
หรือด้วยการตัดเด็ดขาด และเพราะน้อมไปในอารมณ์.
บทว่า เอกตฺตุปฏฺานวเสน จิตฺตสฺส ิตตฺตา เพราะความ
ที่จิตตั้งอยู่ด้วยสามารถความตั้งมั่นในความเป็นจิตมีอารมณ์เดียว ความ
ว่า เพราะความที่จิตตั้งมั่นโดยไม่หวั่นไหวในอารมณ์แห่งจิต ด้วยสามารถ
การตั้งมั่นอย่างหนักในอารมณ์เดียว ด้วยการประกอบสมาธินั่นเอง.
พึงทราบว่า ในคู่ ๘ ท่านกล่าวถึงคู่ เหล่านี้ คือ ย่อมแสวงหา
ย่อมไม่แสวงหา คู่ที่ ๑, ย่อมถือเอา ย่อมไม่ถือเอา คู่ที่ ๒ ย่อมปฏิบัติ
ย่อมไม่ปฏิบัติคู่ที่ ๓ ด้วยความไม่เหลือแห่งจิตที่น้อมไปในท่ามกลาง
ความอ่อนแห่งอุปจาระในส่วนเบื้องต้นจากวิถีแห่งอัปปนา, พึงทราบ
บทนี้ว่า ฌายติ ฌาเปติ - ย่อมเพ่ง ย่อมเผา ด้วยสามารถอุปจาระ
ในวิถีแห่งอัปปนา. พึงทราบว่า ท่านกล่าวถึงคู่ ๔ เหล่านี้ คือ เพราะ
แสวงหา เพราะไม่แสวงหา คู่ที่ ๑, เพราะยึดมั่น เพราะไม่ยึดมั่น