๙๘] บัดนี้ พระสารีบุตรประสงค์จะจำแนกองค์ปฏิจจสมุปบาท
๑๒ เหล่านั้น จึงแสดงสังเขป ๔ กาล ๓ สนธิ ๓ ด้วยอาการ ๒๐
แล้วจึงชี้แจงธรรมฐิติญาณ กล่าวบทมีอาทิว่า ปุริมกมฺมภวสฺมึ - ใน
กรรมภพก่อน ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ปุริมกมฺมภวสฺมึ ได้แก่ ในกรรมภพ
ก่อน, อธิบายว่า เมื่อทำกรรมภพในอดีตชาติ.
บทว่า โมโห อวิชฺชา - โมหะเป็นอวิชชา ความว่า หลงด้วย
โมหะในทุกข์เป็นต้นแล้วทำกรรม, นั้นคือ อวิชชา.
บทว่า อายูหนา สงฺขารา - กรรมที่ประมวลมาเป็นสังขาร
ความว่า เจตนาก่อนของผู้ทำกรรมนั้น, เจตนาก่อนเกิดขึ้นแก่ผู้คิดว่า
เราจักให้ทานดังนี้ แล้วสละอุปกรณ์การให้เดือนหนึ่งบ้าง ปีหนึ่งบ้าง.
เจตนา ท่านกล่าวว่า ภพ เพราะวางทักษิณาไว้บนมือของ
ปฏิคคาหก. เจตนาในอาวัชชนะ ๑ หรือในชวนะ ๖ ชื่อว่า กรรมที่
ประมวลมาเป็นสังขาร. เจตนาในชวนะที่ ๗ เป็นภพ. อนึ่ง เจตนา
อย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นภพ. ชื่อว่า การประมวลมาเป็นสังขาร เพราะ
สัมปยุตด้วยเจตนานั้น.
บทว่า นีกนฺติ ตณฺหา - ความใคร่เป็นตัณหา ความว่า ความ
ใคร่ ความปรารถนาในอุบัติภพอันเป็นผลของผู้ทำกรรม ชื่อว่า ตัณหา.