ว่า การรวมเป็นกองก็ดี การสะสมก็ดี ย่อมไม่มีแก่ขันธ์ที่ยังไม่เกิด
ก่อนแต่ขันธ์เหล่านี้เกิด, ชื่อว่าการมา โดยรวมเป็นกอง โดยความ
สะสม ย่อมไม่มีแม้แก่ขันธ์ที่เกิดขึ้น, ชื่อว่าการไปสู่ทิศน้อยใหญ่ ย่อม
ไม่มีแม้แก่ขันธ์ที่ดับ, ชื่อว่าการตั้งลงโดยรวมเป็นกอง โดยสะสม โดย
เก็บไว้ในที่แห่งหนึ่ง ย่อมไม่มีแม้แก่ขันธ์ที่ดับแล้ว. เหมือนนักดีดพิณ
เมื่อเขาดีดพิณอยู่ เสียงพิณก็เกิด, มิใช่มีการสะสมไว้ก่อนเกิด, เมื่อ
เกิดก็ไม่มีการสะสม, การไปสู่ทิศน้อยใหญ่ออกเสียงพิณที่ดับไปก็ไม่มี,
ดับแล้วไม่ว่าที่ไหนก็ไม่สะสมตั้งไว้, ที่แท้แล้วพิณก็ดี นักดีดพิณก็ดี
อาศัยความพยายามอันเกิดแต่ความพยายามของลูกผู้ชายไม่มีแล้วยังมีได้,
ครั้นมีแล้วยังเสื่อมได้ฉันใด, ธรรมมีรูปและไม่มีรูปแม้ทั้งหมดก็ฉันนั้น
ไม่มีแล้วยังมีได้ ครั้นมีแล้วยังเสื่อมได้ พระโยคาวจรย่อมเห็นด้วย
ประการฉะนี้แล.
พระสารีบุตรครั้นแสดงการเห็นความเกิดและความเสื่อมโดยสัง-
เขปอย่างนี้แล้ว บัดนี้เพื่อจะแสดงโดยพิสดาร จึงถามถึงจำนวนโดย
รวมเป็นกองด้วยบทมีอาทิว่า ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุทยํ ปสฺสนฺโต
กติ ลกฺขณานิ ปสฺสติ - พระโยคาวจร เมื่อพิจารณาเห็นความเกิด
แห่งขันธ์ ๕ ย่อมพิจารณาเห็นลักษณะเท่าไร เมื่อพิจารณาเห็นความ
เกิดแห่งขันธ์ ๕ จึงแก้ถึงจำนวนโดยรวมเป็นกองด้วยบทมีอาทิว่า ปญฺ-
จวีสติ ลกฺขณานิ ปสฺสติ - ย่อมพิจารณาเห็นลักษณะ ๒๕ แล้วถาม