ความเป็นไวพจน์ของธรรมเหล่านั้น. สองบทนี้ คือ นิพฺพตฺติ ชาติ
เป็นไวพจน์ของอุปาทะและของปฏิสนธิ. ของบทนี้ คือ คติ อุปปตฺติ
เป็นไวพจน์ของความเป็นไป, ชราเป็นต้นเป็นไวพจน์ของนิมิต. ดังที่
ท่านกล่าวไว้ว่า
อุปฺปาทญฺจ ปวตฺตญฺจ นิมิตฺตํ ทุกฺขนฺติ ปสฺสติ
อายูหนํ ปฏิสนฺธ าณํ อาทีนเว อิทนฺติจ.
อิทํ อาทีนเว าณํ ปญฺจฏฺาเนสุ ชายตีติจ.
พระโยคาวจรย่อมเห็นอุปาทะ - ความเกิด
ปวัตตะ - ความเป็นไป นิมิต - เครื่องหมาย อายู-
หนะ - กรรมเป็นเหตุให้ถือปฏิสนธิ และปฏิสนธิ-
การเกิดว่าเป็นทุกข์ นี้เป็นอาทีนวญาณ และอาที-
นวญาณนี้ย่อมเกิดขึ้นฐาน ๕.
อนึ่ง คำว่า ภยนฺติ ในทุกบท ตัดบทเป็น ภยํ อิติ. บทว่า
ภยํ ชื่อว่า ภัย เพราะมีภัยเฉพาะหน้า โดยประกอบด้วยความบีบ
คั้น. บทว่า อิติ เป็นการแสดงเหตุของภยตูปัฏฐานญาณ.
ส่วนบทมีอาทิว่า อนุปฺปาโท เขมนฺติ สนฺติปเท าณํ - ญาณ
ในสันติบทว่า ความไม่เกิดเป็นความปลอดภัย ท่านกล่าวเพื่อแสดงญาณ
อันเป็นปฏิปักษ์ต่ออาทีนวญาณ. อีกอย่างหนึ่ง บทนี้ท่านกล่าวไว้เพื่อ