Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 721

เล่ม มมร. 68 หน้า 721 ข้อ 135
อรรถกถาสังขารุเปกขาญาณนิทเทส ๑๒๐ - ๑๓๕] พึงทราบวินิจฉัยในสังขารุเปกขาญาณนิทเทส ดังต่อไปนี้ ทว่า อุปฺปาทา เป็นต้น มีอรรถดังได้กล่าวไว้แล้วนั่นแล. บททั้งหลายว่า ทุกฺขนฺติ ภยนฺติ สามิสนฺติ สงฺขารา - ความ เกิดขึ้นเป็นทุกข์ ความเกิดขึ้นเป็นภัย ความเกิดขึ้นมีอามิส ความ เกิดขึ้นเป็นสังขาร เป็นคำแสดงเหตุของญาณ คือ ความหลุดพ้นจาก อุปฺปาทา เป็นต้น. อนึ่ง พระสารีบุตร ครั้นแสดงถึงสังขารุเปกขาญาณ โดยลักษณะ อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อแสดงโดยอรรถ จึงกล่าวบทมีอาทิว่า อุปฺปาโท สงฺขารา, เต สงฺขาเร อชฺฌุเปกฺขตีติ สงฺขารุเปกขา - ความเกิดขึ้น เป็นสังขาร, ญาณวางเฉยสังขารเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า สังขารุเปกขาญาณ. ในบทเหล่านั้น บทว่า สงฺขาเร อชฺฌุเปกฺขติ - ญาณวางเฉย ในสังขาร ความว่า เมื่อพระโยคาวจรนั้นเริ่มเจริญวิปัสสนา ละความ ขวนขวายในการค้นหาลักษณะ เพราะเห็นพระไตรลักษณ์ด้วยวิปัสสนา ญาณแล้ว เห็นภพ ๓ ดุจไฟติดทั่วแล้ว มีความเป็นกลางในการถือ สังขารวิปัสสนาญาณนั้น ย่อมเห็นสังขารเหล่านั้นโดยพิเศษ และเห็น คือ มองดูญาณที่เว้นแล้วด้วยการถือเอา เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า สังขารุเปกขาญาณ. เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวว่า ผู้ชนะโดยพิเศษ ชื่อว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka