ในบทเหล่านั้น บทว่า ปุพฺเพ จ อภิสงฺขาโร - การปรุงแต่ง
ในกาลก่อน คือ กำหนดกาลก่อนจากเข้าสมาบัติ การตั้งอยู่ของสมาบัติ
นั้น ย่อมมีได้ ตราบเท่าที่กาลนั้นยังไม่มาถึง เพราะกำหนดไว้ว่า
เราจักออกในเวลาโน้น ดังนี้. ที่ตั้งของสมาบัติ ย่อมมีได้อย่างนี้.
สมาบัตินั้นออกด้วยอาการ ๒ เพราะบาลีว่า
ดูก่อนอาวุโส ปัจจัย ๒ อย่างแล คือ การ
ใส่ใจถึงนิมิตทั้งปวง ด้วยการออกจากเจโตวิมุตติ
อันไม่มีนิมิต ๑ การไม่ใส่ใจธาตุอันหานิมิตมิได้ ๑๑.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพนิมิตฺตานํ ได้แก่ รูปนิมิต
เวทนานิมิต สัญญานิมิต สังขารนิมิต และวิญญาณนิมิต. อนึ่ง แม้
จะไม่ใส่ใจนิมิตทั้งหมดเหล่านั้น โดยเป็นอันเดียวก็จริง ถึงดังนั้นท่าน
ก็กล่าวบทว่า สพฺพนิมิตฺตานํ นี้ ด้วยสามารถสงเคราะห์เข้าด้วยกัน
ทั้งหมด. เพราะฉะนั้น. เมื่อพระโยคาวจรใส่ใจถึงอารมณ์อันมีแก่ภวังค์
ก็เป็นอันออกจากผลสมาบัติ. เพราะเหตุนั้น พึงทราบการออกแห่ง
สมาบัตินั้นอย่างนี้.
อะไรเป็นลำดับของผล, และ ผลเป็นลำดับของอะไร ? แก้ว่า
ผลนั่นแล หรือภวังค์ เป็นลำดับของผล. แต่ผลมีอยู่ในลำดับมรรค,
มรรคมีอยู่ในลำดับผล, ผลมีอยู่ในลำดับโคตรภู คือ อนุโลมญาณ
๑. ม. มู. ๑๒/๕๐๓.