บทว่า อฏฺ จิตฺตสฺส โคจรา - เป็นโคจรของสมาธิ ๘ ความ
ว่า ท่านกล่าวถึงสังขารุเบกขา ๘ เป็นวิสยะคือภูมิของสมาธิ ด้วย
สามารถสมถะ. ท่านอธิบายถึง สมาธิ ด้วยหัวข้อว่า จิต ดุจใน
ประโยคมีอาทิว่า จิตฺตํ ปญฺญฺจ ภาวยํ๑ - เจริญสมาธิและปัญญา,
ท่านอธิบาย วิสยะ ด้วย โคจร ศัพท์ ดุจในประโยคมีอาทิว่า โคจเร
ภิกฺขเว จรถ สเก เปตฺติกา วิสเย๒ - เจริญสมาธิและปัญญา,
จงเที่ยวไปในโคจร อันเป็นถิ่นที่อยู่บิดาตน. ท่านกล่าวว่า นี้เป็นโคจร
ของผู้อาศัย. บทว่า ปุถุชฺชนสฺส เทวฺ - โคจรภูมิของปุถุชน ๒ คือด้วย
สามารถแห่งสมถะและวิปัสสนา. บทว่า ตโย เสกฺขสฺส - โคจรของ
พระเสกขะ ๓ ได้แก่ ด้วยสามารถแห่งสมถะ วิปัสสนาและสมาบัติ.
บทว่า ตโย จ วีตราคสฺส - โคจรของผู้ปราศจากราคะ ๓ ได้แก่
ด้วยสามารถแห่งผลสมาบัติอันเป็นอัปปณิหิตะ สุญญตะ และอนิมิตตะ.
ควรกล่าวว่า ติสฺโส ท่านทำเป็นลิงควิปลาสว่า ตโย. หรือพึง
ประกอบว่า ตโย สงฺขารุเปกฺขา ธมฺมา - ธรรม คือ สังขารุเบกขา
๓ อย่าง.
บทว่า เยหิ จิตฺตํ วิวฏฺฏติ - จิตปราศจากราคะหลีกไป ความว่า
จิตหลีกไปจากวิตกวิจารเป็นต้นด้วยธรรม คือ สังขารุเบกขา, หรือจาก
๑. สํ. ส. ๑๕/๑๖. ๒. สํ. มหา. ๑๙/๗๐๓.