แหละ. มิใช่เพราะกิเลสต่างกัน. บทว่า อุปกฺกิเลสา - อุปกิเลส
ทั้งหลาย มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่า กิเลสา เพราะอรรถว่าท่าให้เศร้าหมอง
ทำให้เดือดร้อน ทำให้ลำบาก. ชื่อว่า อุปกฺกิเลสา เพราะอรรถว่า
เป็นกิเลสร้ายมีกำลังแรง.
บทว่า สมฺมา สมุจฺฉินฺนา โหนฺติ - เป็นกิเลสอันพระโสดา
ปัตติมรรคตัดขาดดีแล้ว คือ ตัดขาด้วยดี เพราะ ดับไม่เกิดขึ้นอีก
ด้วยสมุจเฉทประหาณ.
บทว่า สปริยุฏาเนหิ - พร้อมด้วยปริยุฏฐานกิเลส ได้แก่
กิเลสครอบงำ มีวิเคราะห์ว่า กิเลสทั้งหลาย ชื่อว่า ปริยุฎาน
เพราะอรรถว่าหุ้มห่อจิตเกิดขึ้น. บทนี้เป็นชื่อของกิเลสทั้งหลาย อัน
เนื่องด้วยความประพฤติ. ชื่อว่า สปริยุฏาน เพราะอรรถว่าพร้อม
ด้วยปริยุฏฐานกิเลส คือ อุปกิเลสอันนอนอยู่ในสันดาน.
บทว่า จิตฺตํ วิมุตฺตํ โหติ - จิตเป็นอันพ้นแล้ว ความว่า
จิตเป็นไปด้วยอำนาจแห่งสันตติ เพราะกิเลสเหล่านั้นทำให้เกิดในที่ไม่
สมควร ชื่อว่า เป็นอันพ้นแล้วจากกิเลสนั้น. จิตนั้นนั่นแล ชื่อว่า
สุวิมุตฺตํ เพราะพ้นแล้วด้วยดี.
บทว่า ตํวิมุตฺติญาตฏฺเน คือ เพราะอรรถว่ารู้วิมุตตินั้น
จบ อรรถกถาวิมุตติญาณนิทเทส