บทว่า อภินิโรปิตตฺตา - เพราะขึ้นแล้ว คือ เพราะขึ้นสู่
รูปารมณ์.
บทว่า วิปากมโนวิญฺาณธาตุ - มโนวิญญาณธาตุอันเป็นวิบาก
คือ สันตีรณมโนวิญญาณธาตุ พิจารณาอารมณ์เป็นวิบากทั้งสอง. แม้
ในโสตทวารเป็นต้นก็มีนัยนี้ แม้เมื่อท่านไม่กล่าวถึงโวฏฐัพพนะ - การ
กำหนดอารมณ์ ในลำดับสันตีรณะ - การพิจารณาอารมณ์ก็พึงถือเอาว่า
ย่อมได้ เพราะพระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้แล้ว.
บทว่า วิชานนตฺถาย - เพื่อต้องการรู้แจ้ง คือ เพื่อต้องการ
รู้แจ้งธรรมารมณ์ และอารมณ์มีรูปเป็นต้น.
บทว่า อาวชฺชนกิริยาพยากตา - กิริยาคือความนึกเป็นอัพยา-
กฤต ได้แก่ จิตอันเป็นมโนทวาราวัชชนะ.
บทว่า วิชานนฏฺโ เป็นแต่เพียงรู้แจ้ง ความว่า การรู้แจ้ง
อารมณ์ด้วยสามารถจิตแล่นไป ในลำดับอารมณ์นั้นเป็นอรรถ มิใช่อื่น.
เพราะท่านกล่าวถึงชวนจิตเป็นอกุศล และชวนจิตอันเป็นมรรคผลแห่ง
วิปัสสนาไว้ต่างหากแล้วในเบื้องหน้า ในที่นี้ควรถือเอาชวนจิตที่เหลือ.
แต่ควรถือเอาชวนจิตที่ให้เกิดความร่าเริง จากคำมีอาทิว่า ชื่อว่า
วิญญาณจริยา๑ เพราะอรรถว่าไม่ประพฤติประกอบด้วยกุศลกรรม. เพราะ
๑. ขุ. ป. ๓๑/๑๖๖.