อวิชชานุสัย.
บทว่า สโทสา จรติ ประพฤติมีโทสะ ได้แก่ ประพฤติด้วย
การแล่นไปแห่งอวิชชาอนุสัย คือ โมหะ.
บทว่า สโมหา จรติ - ประพฤติมีโมหะ ได้แก่ ประพฤติด้วย
การแล่นไปแห่งราคะ โทสะ มานะ ทิฏฐิ อุทธัจจะ และวิจิกิจฉานุสัย.
บทว่า สมานา จรติ - ประพฤติมีมานะ ได้แก่ ประพฤติ
ด้วยการแล่นไปแห่งราคะ โมหะ กามราคะ ภวราคะ. อวิชชานุสัย.
บทว่า สทิฏฺิ จรติ - ประพฤติมีทิฏฐิ ได้แก่ ประพฤติด้วย
การแล่นไปแห่งราคะ โมหะ กามราคะและอวิชชานุสัย.
บทว่า สอุทฺธจฺจา จรติ สวิจิกิจฺฉา จรติ - ประพฤติมี
อุทธัจจะ ประพฤติมีวิจิกิจฉา ได้แก่ ประพฤติด้วยการแล่นไปแห่งโมหะ
คืออวิชชานุสัย.
บทว่า สานุสยา จรติ - ประพฤติมีอนุสัย แม้ในบทนี้ก็ควรทำ
อนุสัยหนึ่ง ๆ ให้เป็นมูลตามันที่กล่าวแล้วนั่นแหล่ะ แล้วประกอบ
ความประพฤติมีอนุสัย ด้วยอำนาจอนุสัยที่เหลือซึ่งได้ในจิตนั้น.
บทมีอาทิว่า ราคสมฺปยุตฺตา - ประพฤติประกอบด้วยราคะ
เป็นคำไวพจน์ของความประพฤติมีราคะเป็นต้นนั่นเอง.
จริงอยู่ ความประพฤตินั้นเอง ย่อมเป็นไปกับด้วยราคะ