Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 849

เล่ม มมร. 68 หน้า 849 ข้อ 202
พึงทราบอรรถแห่งองค์มรรค คือ พละและโพชฌงค์ โดย ทำนองเดียวกับนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล. จบ อรรถกถาปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส ญาณัตตยานิทเทส [๒๐๒]ปัญญาในความต่างแห่งวิหารธรรม เป็นวิหารัฐญาณ ปัญญาในความต่างแห่งสมาบัติ เป็นสมาปัตตัฏฐญาณ ปัญญาในความ ต่างแห่งวิหารสมาบัติ เป็นวิหารสมาปัตตัฏฐญาณอย่างไร ? พระโยคาวจรพิจารณาเห็นสังขารนิมิตโดยความเป็นภัย มีจิต น้อมไปในนิพพานอันไม่มีสังขารนิมิต ถูกต้องแล้วซึ่งสังขารนิมิตด้วย ญาณ ย่อมพิจารณาเห็นความเสื่อมไป วิหารธรรมนั้นชื่อว่า อนิมิต- วิหาร พิจารณาเห็นตัณหาอันเห็นอันโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไป ในนิพพานอันไม่มีตัณหาเป็นที่ตั้งถูกต้องแล้วตัณหาด้วยญาณ ย่อม พิจารณาเห็นความเสื่อมไป วิหารธรรม นั้นชื่อว่า อัปปณิหิตวิหาร พิจารณาเห็นความถือมั่นว่าตนโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพาน อันว่างจากตน ถูกต้องแล้วซึ่งความถือมั่นว่าตนด้วยญาณ ย่อมพิจารณา เห็นความเสื่อมไป วิหารธรรมนั้นชื่อว่า สุญญตวิหาร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka