Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 953

เล่ม มมร. 68 หน้า 953 ข้อ 253
สมดังที่ท่านอธิบายไว้ในสุตตันตภาชนีย์ในอิทธิปาทวิภังค์ว่า๑ บทว่า อิทฺธิปาโท คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ของผู้เป็นอย่างนั้น. อนึ่ง ท่านกล่าวไว้ในอภิธรรมภาชนีย์ว่า๒ บทว่า อิทฺธิปาโท คือ ผัสสะ เวทนา ฯลฯ ปัคคาหะ - การประคองไว้ อวิกเขปะ - ความ ไม่ฟุ้งซ่านของผู้เป็นอย่างนั้น. เพราะฉะนั้น ในบทนี้ว่า เสสจิตฺต- เจตสิกราสี - หมวดแห่งจิตเจตสิกที่เหลือ พึงทราบว่า ท่านทำอิทธิ อย่างหนึ่ง ๆ ในสมาธิยิ่งด้วยฉันทะและสังขารเป็นประธาน แล้วทำ คำที่เหลือกับด้วยบทละสอง ๆ. จริงอยู่ ท่านสงเคราะห์ขันธ์ ๔ และธรรมมีผัสสะเป็นต้น ทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างนี้. โดยนัยนี้ แม้ในบทที่เหลือ พึงทราบความ ดังต่อไปนี้. สมาธิที่ได้เพราะทำวีริยะ จิตตะ วีมังสาให้เป็นอธิบดี ท่านกล่าวว่า วีมังสาสมาธิ เหมือนอย่างสมาธิที่ได้เพราะทำฉันทะให้เป็น อธิบดี ท่านกล่าวว่า ฉันทสมาธิ ฉะนั้น. ในอิทธิบาทหนึ่ง ๆ ธรรมอย่างละ ๓๓ๆ คือ มีฉันทะเป็นต้น มี วีริยะเป็นต้น มีจิตตะเป็นต้น มีวีมังสาเป็นต้น ท่านกล่าวว่า อิทธิบ้าง อิทธิบาทบ้างด้วยประการฉะนี้. ส่วนขันธ์ ๔ อย่างสัมปยุตกัน ที่เหลือ เป็นอิทธิบาทอย่างเดียว. ๑. อภิ. วิ. ๓๕/๕๐๘. ๒. อภิ. วิ. ๓๕/๕๒๑. ๓. มีฉันทะเป็นต้น ได้แก่ธรรม ๓ คือ วีริยะ จิตตะ วีมังสา เกิดร่วมกับฉันทะ ที่เป็นประธาน เรียกว่า ฉันทสมาธิ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka