สมดังที่ท่านอธิบายไว้ในสุตตันตภาชนีย์ในอิทธิปาทวิภังค์ว่า๑ บทว่า
อิทฺธิปาโท คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ของผู้เป็นอย่างนั้น.
อนึ่ง ท่านกล่าวไว้ในอภิธรรมภาชนีย์ว่า๒ บทว่า อิทฺธิปาโท คือ
ผัสสะ เวทนา ฯลฯ ปัคคาหะ - การประคองไว้ อวิกเขปะ - ความ
ไม่ฟุ้งซ่านของผู้เป็นอย่างนั้น. เพราะฉะนั้น ในบทนี้ว่า เสสจิตฺต-
เจตสิกราสี - หมวดแห่งจิตเจตสิกที่เหลือ พึงทราบว่า ท่านทำอิทธิ
อย่างหนึ่ง ๆ ในสมาธิยิ่งด้วยฉันทะและสังขารเป็นประธาน แล้วทำ
คำที่เหลือกับด้วยบทละสอง ๆ.
จริงอยู่ ท่านสงเคราะห์ขันธ์ ๔ และธรรมมีผัสสะเป็นต้น
ทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างนี้. โดยนัยนี้ แม้ในบทที่เหลือ พึงทราบความ
ดังต่อไปนี้. สมาธิที่ได้เพราะทำวีริยะ จิตตะ วีมังสาให้เป็นอธิบดี
ท่านกล่าวว่า วีมังสาสมาธิ เหมือนอย่างสมาธิที่ได้เพราะทำฉันทะให้เป็น
อธิบดี ท่านกล่าวว่า ฉันทสมาธิ ฉะนั้น.
ในอิทธิบาทหนึ่ง ๆ ธรรมอย่างละ ๓๓ๆ คือ มีฉันทะเป็นต้น มี
วีริยะเป็นต้น มีจิตตะเป็นต้น มีวีมังสาเป็นต้น ท่านกล่าวว่า อิทธิบ้าง
อิทธิบาทบ้างด้วยประการฉะนี้. ส่วนขันธ์ ๔ อย่างสัมปยุตกัน ที่เหลือ
เป็นอิทธิบาทอย่างเดียว.
๑. อภิ. วิ. ๓๕/๕๐๘. ๒. อภิ. วิ. ๓๕/๕๒๑.
๓. มีฉันทะเป็นต้น ได้แก่ธรรม ๓ คือ วีริยะ จิตตะ วีมังสา เกิดร่วมกับฉันทะ
ที่เป็นประธาน เรียกว่า ฉันทสมาธิ.