Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 977

เล่ม มมร. 68 หน้า 977 ข้อ 255
รูปนี้เกิดขึ้นด้วยโสมนัสสินทรีย์. รูปนี้เกิดขึ้นด้วยโทมนัสสินทรีย์ รูปนี้ เกิดขึ้นด้วยอุเบกขินทรีย์ดังนี้ แล้วแสวงหาจิตควรทำเจโตปริยญาณให้มี กำลัง. เพราะเมื่อเจโตปริยญาณนั้นมีกำลังอย่างนี้ ภิกษุย่อมรู้จิตอันมี ประเภทเป็นกามาวจรเป็นต้น แม้ทั้งหมดโดยลำดับ ก้าวไปจากจิตสู่จิต เว้นการเห็นรูป (สี) ของหทัย. แม้ในอรรถกถาท่านก็กล่าวไว้ว่า ถามว่า ผู้ประสงค์จะรู้จิตของผู้อื่นในอรูปภพ ย่อมเห็นหทัยรูปของใคร ? ย่อมแลดูความวิการ แห่งอันทรีย์ของใคร ? ตอบว่าไม่แลดูของใคร ๆ นี้เป็นวิสัยของผู้มีฤทธิ์ คือ ภิกษุคำนึงถึงจิตในที่ ไหน ๆ ย่อมรู้จิต ๑๖ ประเภท. ก็นี้เป็นกถาด้วย อำนาจแห่งการไม่ทำความยึดมั่น ๑ . บทว่า ปรสตฺตานํ - แห่งสัตว์อื่น คือ แห่งสัตว์ที่เหลือเว้นตน. บทว่า ปรปุคฺคลานํ แห่งบุคคลอื่น แม้บทนี้ก็มีความอย่าง เดียวกับบทว่า ปรสตฺตานํ นี้ แต่ท่านกล่าวความต่างกันด้วยความ ไพเราะแห่งเทศนา และด้วยพยัญชนะ ด้วยสามารถเวไนยสัตว์. บทว่า เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ - กำหนดรู้ใจด้วย ใจ คือ กำหนดรู้ใจของสัตว์เหล่านั้น ด้วยใจของตนโดยประการต่าง ๆ ๑. วิสุทธิมรรค เล่ม ๒ หน้า ๒๔๗ - ๘.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka