สีเลื่อมประภัสสร ทิศาภาค ย่อมรุ่งโรจน์ดุจเต็มด้วยกลุ่มดาวประกายพรึก
และเต็มด้วยเครื่องครอบด้วยสายฟ้าเป็นต้น.
ด้วยบทมีอาทิว่า ภควา จงฺกมติ - พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จ
จงกรม ท่านกล่าวเพื่อแสดงว่า พระอิริยาบถต่าง ๆ ของพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า และพระพุทธนิรมิตทั้งหลายย่อมมีด้วยยมกปาฏิหิรญาณเท่านั้น.
เพราะพระอิริยาบถของพระพุทธนิรมิตเหล่านั้น ย่อมเป็นไปเป็นคู่.
ผิถามว่า พระพุทธนิรมิตมีมาก เพราะเหตุไร จึงทำเป็นเอกวจนะว่า
นิมฺมิโต เป็นต้นเล่า. ตอบว่า เพื่อแสดงอิริยาบถต่าง ๆ ของพระพุทธ-
นิรมิตองค์หนึ่ง ๆ ในบรรดาพระพุทธนิรมิตทั้งหลาย.
เมื่อกล่าวเป็นพหุวจนะ พระพุทธนิรมิต แม้ทั้งหมดก็เป็น
เหมือนมีพระอิริยาบถต่าง ๆ กันในคราวเดียว. แต่เมื่อกล่าวเป็นเอก-
วจนะ ในบรรดาพระพุทธนิรมิตองค์หนึ่ง ๆ ย่อมปรากฏว่า มีพระ-
อิริยาบถต่าง ๆ. เพราะฉะนั้น ท่านจึงแสดงเป็นเอกวจนะ. แม้พระ-
จูลบันถกเถระ ก็นิรมิตภิกษุมีอิริยาบถต่าง ๆ . ตั้งพันรูป, การเว้น
พระจูลบันถกเถระเสียแล้ว นิมิตรูปต่าง ๆ ของพระสาวกเหล่าอื่นมีอิริ-
ยาบถต่าง ๆ ด้วยการคำนึงครั้งเดียว ย่อมไม่สำเร็จ. เพราะพระพุทธ-
นิรมิตทั้งหลาย ย่อมมีฤทธิ์เช่นเดียวกัน เพราะมิได้กำหนดไว้. พระ-
พุทธนิรมิตทั้งหลาย ย่อมทำสิ่งที่ผู้มีฤทธิ์ทำได้ในการยืน การนั่งเป็นต้น
ก็ดี ในการพูด การนิ่งเป็นต้นก็ดี. การทำไม่เหมือนกัน และทำกิริยา