สามารถจะทำปัจจยาการให้ตรงได้ เกิดเป็นเครื่องร้อยรัดด้วยอำนาจ
ทิฏฐิ ๖๒ ย่อมไม่พ้นอบาย ทุคติ วินิบาต สงสารไปได้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อปาโย ได้แก่ นรก กำเนิดเดียรฉาน
เปตติวิสัย อสุรกาย. ทั้งหมดนั้น ท่านเรียกว่า อบาย เพราะไม่มี
ความเจริญ คือ ความรู้.
อนึ่ง ชื่อว่า ทุคติ เพราะเป็นทางไปของทุกข์.
ชื่อว่า วินิบาต เพราะความสุขตกไปจากกาย. ส่วนสงสาร
นอกนี้ ท่านกล่าวว่า
ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ ธาตุอายตนาน จ
อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานํ สํสาโร ปวุจฺจติ.
ลำดับแห่งขันธ์ ธาตุ อายตนะ ยังไม่
ขาดสาย ยังเป็นไม่อยู่ ท่านเรียก สงสาร ดังนี้.
ไม่ล่วงเลยสงสารนั้นแม้ทั้งหมดไปได้. ที่แท้เมื่อยังถือจุติและปฏิสนธิ
บ่อย ๆ อย่างนี้ คือ จากจุติถือเอาปฏิสนธิ จากปฏิสนธิถือเอาจุติ ย่อม
หมุนเวียนในภพ ๓ ในกำเนิด ๔ ในคติ ๕ ในวิญญาณฐิติ ๗ ใน.
สัตตาวาส ๙ ดุจเรือที่ถูกลมพัดไปในมหาสมุทร และดุจโคที่ถูกเทียม
ด้วยยนต์ ฉะนั้น.
บทว่า อวิชฺชาวิสโทสสลฺลิตฺโต - โลกสันนิวาสถูกอวิชชา
มีโทษเป็นพิษแทงติดอยู่ ชื่อว่าอวิชชามิโทษ เพราะอวิชชานั่นแหละ