Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 1162

เล่ม มมร. 68 หน้า 1162 ข้อ 293
บทว่า ยาวตา ตลอดทั้งหมด เป็นบทถือเอาโดยไม่มีส่วนเหลือ บทมีอาทิว่า อนิจจฏฺํ - มีสภาพไม่เที่ยง ท่านแสดงโดยประ- เภทแห่งสามัญลักษณะ. บทว่า อนิจฺจฏฺํ คือ มีอาการไม่เที่ยง. ในบทเช่นนี้ก็มีนัยนี้. บทมีอาทิว่า รูปสฺส ท่านแสดงโดยประเภทแห่งขันธ์. บทว่า จกฺขุสฺส ฯลฯ ชรามรณสฺส พึงประกอบโดยนัย แห่งไปยาลที่กล่าวไว้แล้วในหนหลัง. ในบทมีอาทิว่า อภิญฺาย - ด้วยอภิญญา ได้แก่ ญาณดังได้ กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ. บทว่า อภิญฺฏฺํ คือ สภาพที่ควรรู้ยิ่ง. ในบทเช่นนี้ก็มีนัยนี้. บทมีอาทิว่า ขนฺธานํ ขนฺธฏฺํ รู้สภาพที่เป็นเองแห่งขันธ์ พึงทราบโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ บทมีอาทิว่า กุสเล ธมฺเม - กุศลธรรมทั้งหลาย คือ เป็น ประเภทด้วยสามารถแห่ง กุสลัตติกะ - หมวด ๓ แห่งกุศล. บทมีอาทิว่า กามวจเร ธมฺเม - กามาวจรธรรมเป็นประเภท ด้วยสามารถแห่งธรรมเป็นไปในภูมิ ๔. แม้ในปาฐะเป็นพหุวจนะว่า สพฺเพ ชานาติ ย่อมรู้ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นปาฐะดี. แต่เพราะตก ไปในกระแสแห่งเอกวจนะในคัมภีร์ ท่านจึงเขียนด้วยเอกวจนะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka