Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 42

เล่ม มมร. 69 หน้า 42 ข้อ 361
ชาย) และสัญญาอันวิปริต ทรงก้าวล่วงความมืดคือ โอฆะได้แล้ว. และเพราะบาลีว่า ธรรมเป็นส่วนแห่งความเนิ่นช้ามีสัญญาเป็นเหตุ ดังนี้. บทว่า วิตกฺโกปิ ทิฏฺิฏฺานํ (แม้วิตกก็เป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิ) ความว่า วิตกเป็นเหตุแห่งทิฏฐิทั้งหลาย เพราะความเกิดแห่งทิฏฐิด้วยวิตกถึงอาการและ เพราะบาลีว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า สัจจะมากหลายต่าง ๆ กัน เว้นจากสัญญาว่า เที่ยงเสียหาใช่มีในโลกไม่. ก็สมณพราหมณ์ทั้งหลายมา กำหนดความคาดคะเนทิฏฐิทั้งหลายแล้ว จึงกล่าว ทิฏฐิอันเป็นคู่กันว่า จริงๆ เท็จๆ. บทว่า อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทิฏฺิฏฺานํ (แม้อโยนิโสมนสิการ ก็เป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิ) ความว่า อโยนิโสมนสิการเป็นเหตุแห่งทิฏฐิทั้งหลาย เพราะอโยนิโสมนสิการเป็นเหตุทั่วไปแห่งอกุศลทั้งหลาย และเพราะบาลีว่า เมื่อพระโยคาวจรนั้นกระทำไว้ในใจ โดยอุบายไม่แยบคาย ทิฏฐิ ๖ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมเกิดขึ้น. บทว่า ปาปมิตฺโตปิ ทิฏฺิฏฺานํ (แม้มิตรชั่วก็เป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิ) ความว่า มิตรชั่วเป็นเหตุแห่งทิฏฐิทั้งหลาย เพราะมิตรชั่ว เป็นความเกิดแห่ง ทิฏฐิ ด้วยการคล้อยตามไปกับความเห็น และเพราะบาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่พิจารณาเห็นองค์อื่นในภายนอกแม้องค์เดียวที่จะเป็นไปเพื่อความฉิบหาย อันใหญ่อย่างนั้นเหมือนความมีมิตรชั่วนี้เลย. บทว่า ปรโต โฆโสปิ ทิฏิฏฺานํ (แม้เสียงแต่ที่อื่นก็เป็นที่ตั้ง แห่งทิฏฐิ) ความว่า เสียงทำให้เป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่ที่อื่นกถาประกอบด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka