ชาย) และสัญญาอันวิปริต ทรงก้าวล่วงความมืดคือ
โอฆะได้แล้ว.
และเพราะบาลีว่า ธรรมเป็นส่วนแห่งความเนิ่นช้ามีสัญญาเป็นเหตุ ดังนี้.
บทว่า วิตกฺโกปิ ทิฏฺิฏฺานํ (แม้วิตกก็เป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิ) ความว่า
วิตกเป็นเหตุแห่งทิฏฐิทั้งหลาย เพราะความเกิดแห่งทิฏฐิด้วยวิตกถึงอาการและ
เพราะบาลีว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
สัจจะมากหลายต่าง ๆ กัน เว้นจากสัญญาว่า
เที่ยงเสียหาใช่มีในโลกไม่. ก็สมณพราหมณ์ทั้งหลายมา
กำหนดความคาดคะเนทิฏฐิทั้งหลายแล้ว จึงกล่าว
ทิฏฐิอันเป็นคู่กันว่า จริงๆ เท็จๆ.
บทว่า อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทิฏฺิฏฺานํ (แม้อโยนิโสมนสิการ
ก็เป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิ) ความว่า อโยนิโสมนสิการเป็นเหตุแห่งทิฏฐิทั้งหลาย
เพราะอโยนิโสมนสิการเป็นเหตุทั่วไปแห่งอกุศลทั้งหลาย และเพราะบาลีว่า
เมื่อพระโยคาวจรนั้นกระทำไว้ในใจ โดยอุบายไม่แยบคาย ทิฏฐิ ๖ อย่าง
อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมเกิดขึ้น.
บทว่า ปาปมิตฺโตปิ ทิฏฺิฏฺานํ (แม้มิตรชั่วก็เป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิ)
ความว่า มิตรชั่วเป็นเหตุแห่งทิฏฐิทั้งหลาย เพราะมิตรชั่ว เป็นความเกิดแห่ง
ทิฏฐิ ด้วยการคล้อยตามไปกับความเห็น และเพราะบาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เราไม่พิจารณาเห็นองค์อื่นในภายนอกแม้องค์เดียวที่จะเป็นไปเพื่อความฉิบหาย
อันใหญ่อย่างนั้นเหมือนความมีมิตรชั่วนี้เลย.
บทว่า ปรโต โฆโสปิ ทิฏิฏฺานํ (แม้เสียงแต่ที่อื่นก็เป็นที่ตั้ง
แห่งทิฏฐิ) ความว่า เสียงทำให้เป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่ที่อื่นกถาประกอบด้วย