Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 48

เล่ม มมร. 69 หน้า 48 ข้อ 361
ในทิฏฐิราคะ) ความว่า เป็นผู้ยินดีด้วยทิฏฐิราคะนั้นดุจผ้าย้อมด้วยสี. บทว่า น มหปฺผลํ (เป็นทานไม่มีผลมาก) คือ ด้วยผลอันเป็นวิบาก. บทว่า น มหานสํสํ (เป็นทานไม่มีอานิสงส์มาก) คือ ด้วยผลอันหลั่งไหลหรือผลลัพธ์. บทว่า ปุริสปุคฺคลสฺส คือแห่งบุรุษบุคคล. เพราะโดยโวหารของชาวโลก สรีระท่านเรียกว่า ปุํ. ชื่อ ปุริส เพราะนอนคือเป็นไปในสรีระนั้น. นรก ท่านเรียกว่า ปุํ. ชื่อ ปุคฺคล เพราะไปสู่นรกนั้น. จริงอยู่ โดยมากสัตว์ทั้งหลาย จุติจากสุคติแล้ว ย่อมเกิดในทุคติทั้งนั้น. บทว่า ตํ กิสฺส เหตุ คือความที่ไม่มีผลมากนั้น เป็นเพราะเหตุไร. บทว่า ทิฏฺิ หิสฺส ปาปิกา ความว่า เพราะบุคคลนั้นมีทิฏฐิลามก ฉะนั้น จึงไม่มีผลมาก. บทว่า เทฺวว คติโย มีคติเป็น ๒ คือ มีคติเป็น ๒ ในคติ ๕ เป็นนรกเพราะทิฏฐิวิบัติ เป็นกำเนิดดิรัจฉานเพราะทิฏฐิสมบัติ. บทว่า ยญฺเจว กายกมฺมํ คือ กายกรรมมีดำรงเพศของตนประกอบ ข้อปฏิบัติ อภิวาท บำรุง และทำอัญชลีเป็นต้น. บทว่า ยญฺจ วจีกมฺมํ คือ วจีกรรมมีการเล่าเรียน ท่อง แสดง ชักชวนในลัทธิของตนเป็นต้น. บทว่า ยญฺจ มโนกมฺมํ คือ มโนกรรมประกอบด้วยความคิด คำนึง ถึงโลกนี้โลกหน้า และสิ่งที่ทำแล้ว และยังไม่ได้ทำ. กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ในหญ้า ขอนไม้ ข้าวเปลือก พืชทั้งหลาย และในการมอบให้รับ บริโภคทานของสัตว์ผู้มีทิฏฐิ. บทว่า ยถาทิฏฺิ (ตามทิฏฐิ) คือ สมควรแก่ทิฏฐิ นั้น. บทว่า สมตฺตํ คือ ให้บริบูรณ์. บทว่า สมาทินฺนํ (สมาทาน) คือ ถือเอา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka