Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 75

เล่ม มมร. 69 หน้า 75 ข้อ 361
ย่อมถือทิฏฐิ แม้ชนเหล่านั้นก็เป็นตักกิกา เพราะตรึกแล้วถือเอา. บทว่า นิสฺสิตา เส ความว่า อาศัยแล้ว. บทว่า เส บทเดียวเท่านั้นเป็นเพียง นิบาต. บทว่า เตสํ นิโรธมฺหิ น หตฺถิ าณํ ญาณในนิโรธย่อม ไม่มีแก่ชนเหล่านั้น นี้เป็นบทกล่าวถึงเหตุแห่งทิฏฐินิสัย. ความว่า เพราะ ญาณในการดับสักกายทิฏฐิ คือนิพพานไม่มีแก่ชนเหล่านั้น ฉะนั้นชนทั้งหลาย จึงยึดถือทิฏฐิ ๒ อย่างนี้. หิ อักษรในบทว่า น หิ อตฺถิ าณํ นี้เป็น นิบาตลงในความแสดงถึงเหตุ. บทว่า ยตฺถายํ โลโก วิปรีตสญฺี สัตว์โลกนี้ยึดถือทิฏฐิใดก็เป็น ผู้มีสัญญาวิปริตเพราะทิฏฐินั้น ความว่า โลกพร้อมด้วยเทวโลกนี้เป็นผู้มีสัญญา วิปริตในนิโรธอันเป็นสุขใด ว่าเป็นทุกข์ พึงเชื่อมว่าญาณในนิโรธนั้นย่อม ไม่มี. เพราะเป็นผู้มีสัญญาวิปริตว่าเป็นทุกข์ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคาถา ประพันธ์นี้ว่า รูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ และธรรมารมณ์ ล้วนน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มีประมาณเท่าใด โลกกล่าวว่ามีอยู่. อารมณ์ ๖ อย่างเหล่านี้ โลกพร้อม ทั้งเทวโลก สมมติกันว่าเป็นสุข แต่ว่าธรรมเป็นที่ดับ อารมณ์ ๖ เหล่านี้ ชนเหล่านั้นสมมติกันว่าเป็นทุกข์. ความดับแห่งเบญจขันธ์พระอริยเจ้าทั้งหลายเห็นว่าเป็น ความสุข ความเห็นขัดแย้งกันกับโลกทั้งปวงนี้ ย่อม มีแก่บัณฑิตทั้งหลายผู้เห็นอยู่. ชนเหล่าอื่นกล่าววัตถุ- กามใด โดยความเป็นสุข พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าว วัตถุกามนั้นโดยความเป็นทุกข์ ชนเหล่าอื่นกล่าว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka