Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 211

เล่ม มมร. 69 หน้า 211 ข้อ 422
พึงทราบวินิจฉัยในรัสสนิเทศดังต่อไปนี้. บทว่า วิตฺตรสงฺขาเต ในขณะที่นับได้นิดหน่อย คือ ในกาลที่นับได้เล็กน้อย. บทที่เหลือพึงทราบ โดยนัยดังกล่าวแล้วในนิเทศนี้. พึงทราบวินิจฉัยในสัพพกายปฏิสังเวทินิเทศ ดังต่อไปนี้. เพื่อถือ เอาความสุขเพราะเวทนาในอรูปธรรมหยาบ ท่านจึงกล่าวถึงเวทนาเสวย อิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ก่อน แต่นั้นกล่าวถึงสัญญาถือเอาอาการแห่งอารมณ์ ของเวทนาอย่างนี้ว่า บุคคลย่อมรู้พร้อมถึงเวทนาทีเสวย แต่นั้นกล่าวถึงเจตนา อันเป็นอภิสังขารด้วยอำนาจแห่งสัญญา แต่นั้นกล่าวถึงผัสสะ เพราะบาลีว่า สัมผัสแล้วย่อมเสวยอารมณ์ สัมผัสแล้วย่อมรู้เวทนา สัมผัสแล้วย่อมคิดถึง เวทนา แต่นั้นกล่าวถึงมนสิการอันมีลักษณะทั่วไปแห่งเวทนาทั้งปวง กล่าวถึง สังขารขันธ์ด้วยเจตนาเป็นต้น เมื่อท่านกล่าวถึงขันธ์ ๓ อย่าง อย่างนี้เป็นอัน กล่าวถึงวิญญาณขันธ์อาศัยขันธ์นั้น. บทว่า นามญฺจ ได้แก่ นามมีประการ ดังกล่าวแล้ว. บทว่า นามกาโย จ นี้ ท่านกล่าวเพื่อนำนามนั้น ออก เพราะ ท่านสงเคราะห์นิพพานเข้าโดยนาม และเพราะโลกุตรธรรมไม่เข้าถึงวิปัสสนา เป็นอันท่านนำเอานิพพานออกด้วยคำว่า กาโย เพราะนิพพานพ้นจากกอง. บทว่า เย จ วุจฺจนฺติ จิตฺตสงฺขารา ท่านกล่าวจิตสังขารว่าเป็นนามกาย คือ ท่านกล่าวว่าจิตสังขาร แม้กล่าวอย่างนี้ว่า สัญญาและเวทนาเป็นเจตสิก ธรรมเหล่านี้เนื่องด้วยจิตเป็นจิตสังขาร ก็สงเคราะห์เข้าด้วยนามกายในที่นี้. บทว่า มหาภูตา มหาภูตรูป ชื่อว่า มหาภูตา เพราะเป็นใหญ่ โดยความปรากฏใหญ่ โดยความสามัญเป็นของใหญ่ โดยบริหารใหญ่ โดย ผิดปกติใหญ่. มหาภูตรูปมี ๔ อย่าง คือ ปวี อาโป เตโช วาโย. บทว่า จตุนฺนญจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปํ รูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka