อรรถว่า แปรปรวน คือด้วยอรรถว่า แปรปรวนโดย ๒ ส่วน ด้วยอำนาจแห่ง
ชรา และภังคะ (ความดับ). บทว่า นิทานนิโรเธน ด้วยนิทานดับ
คือด้วยไม่มีเหตุปัจจัย. บทว่า นิรุชฺฌติ ย่อมดับคือไม่มี. บทว่า สมุทย-
นิโรเธน ด้วยสมุทัยดับ คือด้วยความไม่มีปัจจัยอันใกล้. เพราะเหตุปัจจัย
ท่านกล่าวว่า นิทาน ดุจโภชนะไม่เป็นที่สบายแก่คนเจ็บป่วย ปัจจัยอันใกล้
ท่านกล่าว สมุทัย ดุจลมน้ำดีและเสมหะของคนเจ็บป่วย. เพราะ นิทาน ย่อม
ให้ผลด้วยการวินิจฉัย สมุทัยเป็นเหตุเกิดผลด้วยดี. บทว่า ชาตินิโรเธน
ด้วยชาติดับ คือด้วยไม่มีการเกิดแห่งปัจจัย. บทว่า ปภวนิโรเธน ด้วยภพ
ดับ คือด้วยไม่มีการเกิดแห่งปัจจัยอันใกล้ (อาสันนปัจจัย) ควรกล่าวว่า ชื่อว่า
ภพ เพราะชาติเป็นเหตุให้เกิดทุกข์. บทว่า เหตุนิโรเธน ด้วยเหตุดับคือ
ด้วยไม่มีปัจจัยให้เกิดชนกปัจจัย. บทว่า ปจฺจยนิโรเธน ด้วยปัจจัยดับ
คือด้วยไม่มีปัจจัยอุปถัมภ์ แม้เหตุปัจจัยก็เป็นทั้งอาสันนปัจจัย ชนกปัจจัย
และอุปถัมภกปัจจัยนั่นเอง. ด้วยปัจจัยเหล่านั้น ที่กล่าวการดับชั่วคราว
ในขณะวิปัสสนากล้าแข็ง. การดับเด็ดขาดในขณะแห่งมรรค. บทว่า าณุ-
ปฺปาเทน ด้วยญาณเกิด คือ ด้วยความเกิดแห่งวิปัสสนาญาณกล้าแข็ง หรือ
แห่งมรรคญาณ. บทว่า นิโรธุปฏฺาเนน ด้วยนิโรธปรากฏ คือด้วยความ
ปรากฏแห่งนิพพาน กล่าวคือนิโรธด้วยอำนาจแห่งการได้ฟังถึงการดับความ
สิ้นไปโดยประจักษ์ในขณะแห่งวิปัสสนา และด้วยความปรากฏแห่งนิพพาน
โดยประจักษ์ในขณะแห่งมรรค. ด้วยบทเหล่านี้เป็นอันท่านทำความแน่นอน
ด้วยอินทรีย์อันเป็นวิสัย และท่านกล่าวถึงความดับชั่วคราวและดับเด็ดขาด.
พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศแห่งบทว่า ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี (พิจารณา
ความสละคืน) ดังต่อไปนี้. บทว่า รูปํ ปริจฺจชติ สละรูป คือสละรูปขันธ์
เพราะไม่เพ่งถึงด้วยการเห็นโทษ. บทว่า ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค สละคืน