เพราะเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงมีภาคยธรรม ๑
ทรงมีภัคคธรรม ๑ ทรงประกอบด้วยภคธรรม ๑ ทรง
จำแนกธรรม ๑ ทรงมีผู้ภักดี ๑ ทรงคายการไปในภพ
ทั้งหลาย ๑ ฉะนั้น จึงได้รับการขนานพระนามว่า ภควา.
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ท่านกล่าวไว้ในพุทธานุสติ
นิเทศ ในวิสุทธิมรรคแล้ว.
ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ในนิเทศนี้ท่านแสดงเทศนาสมบัติด้วยคำว่า เอวํ
แสดงสาวกสมบัติ ด้วยบทว่า เม สุตํ แสดงกาลสมบัติว่า เอกํ สมยํ
แสดงเทศกสมบัติด้วยบทว่า ภควา.
อนึ่ง ในบทว่า สาวตฺถิยํ นี้ ชื่อว่า สาวตฺถี เป็นนครอันเป็นที่อยู่
ของฤษีชื่อว่า สวัตถะ. นักอักษรศาสตร์กล่าวไว้อย่างนี้ว่า เหมือนนครกากันที
มากันที. แต่พระอรรถกถาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า ชื่อว่า สาวตฺถี เพราะมนุษย์
ทั้งหลายมีเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างโดอย่างหนึ่งทั้งหมด. อนึ่ง เมื่อพวกกอง-
เกวียนถามว่า มีสินค้าอะไร ชาวกรุงสาวัตถีตอบว่า มีทุกอย่าง.
เครื่องอุปกรณ์ทุกชนิด รวมอยู่ในกรุงสาวัตถี
ตลอดทุกกาล เพราะฉะนั้น อาศัยเครื่องอุปกรณ์
ทั้งหมด จึงเรียกว่า สาวัตถี.
ใกล้กรุงสาวัตถีนั้น. บทว่า สาวตฺถิยํ เป็นสัตตมีวิภัตติ ลงในอรรถว่า
ใกล้. บทว่า วิหรติ นี้แสดงการพร้อมด้วยการอยู่อย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดา
การอยู่ด้วยอิริยาบถ และการอยู่อันเป็นของทิพย์ ของพรหม ของพระอริยะ
โดยไม่พิเศษ. แต่ในที่นี้แสดงถึงการประกอบด้วยอิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่งใน
บรรดาอิริยาบถทั้งหลาย อันมีประเภทเช่นยืน เดิน นั่งและนอน. ด้วยเหตุนั้น