Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 330

เล่ม มมร. 69 หน้า 330 ข้อ 481
คำว่า พึงมีได้ ความว่า ก็พึงมีได้อย่างไร ? อนิจจานุปัสสนายถาภูต- ญาณพ้นจากความหลงโดยความเป็นสภาพเที่ยง จากความไม่รู้ เพราะเหตุนั้น จึงเป็นญาณวิโมกข์ ทุกขานุปัสสนายถาภูตญาณ พ้นจากความหลงโดยความเป็น สุข จากความไม่รู้... อนัตตานุปัสสนายถาภูตญาณ พ้นจากความหลงโดย ความเป็นตัวตนจากความไม่รู้... นิพพิทานุปัสสนายถาภูตญาณ พ้นจากความ หลงโดยความเพลิดเพลิน จากความไม่รู้... วิราคานุปัสสนายถาภูตญาณ พ้น จากความหลงโดยความกำหนัด จากความไม่รู้... นิโรธานุปัสสนายถาภูตญาณ พ้นจากความหลงโดยเป็นเหตุให้เกิด จากความไม่รู้... ปฏินิสสัคคานุปัสสนาย- ถาภูตญาณ พ้นจากความหลงโดยความถือมั่น จากความไม่รู้... อนิมิตตานุ- ปัสสนายถาภูตญาณพ้นจากความหลงโดยความเป็นนิมิต จากความไม่รู้... อัปปณิหิตานุปัสสนายถาภูตญาณ พ้นจากความหลงโดยความเป็นที่ตั้ง จาก ความไม่รู้... สุญญตานุปัสสนายถาภูตญาณ พ้นจากความหลงโดยความยึดมั่น จากความไม่รู้ เพราะเหตุนั้นจึงเป็นญาณวิโมกข์ ญาณวิโมกข์ ๑ เป็นญาณ วิโมกข์ ๑๐ ญาณวิโมกข์ ๑๐ เป็นญาณวิโมกข์ ๑ ด้วยสามารถแห่งวัตถุ โดยปริยาย พึงมีได้อย่างนี้. ยถาภูตญาณ คือ การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูป พ้นจากความ หลงโดยความเป็นสภาพเที่ยง จากความไม่รู้ เพราะเหตุนั้น จึงเป็นญาณวิโมกข์ ฯลฯ ยถาภูตญาณ คือ การพิจารณาเห็นความว่างเปล่าในรูป พ้นจากความหลง โดยความยึดมั่น จากความรู้ เพราะเหตุนั้นจึงเป็นญาณวิโมกข์ ญาณวิโมกข์ ๑ เป็นญาณวิโมกข์ ๑๐ ญาณวิโมกข์ ๑๐ เป็นญาณวิโมกข์ ๑ ด้วยสามารถ แห่งวัตถุ โดยปริยาย พึงมีได้อย่างนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka