นามรูปมีประการดังนี้แล้วนั้น ย่อมเป็นไปเพราะปฏิสนธิวิญญาณเป็นปัจจัยใน
ขณะปฏิสนธิ.
ในบทนี้ว่า ปญฺจกฺขนฺธา ขันธ์ ๕ คือ รูปที่ได้ในขณะปฏิสนธิ
ด้วยปฏิสนธิจิตเป็นรูปขันธ์ เวทนาที่เกิดร่วมกันเป็นเวทนาขันธ์ สัญญาเป็น
สัญญาขันธ์ เจตสิกที่เหลือเป็นสังขารขันธ์ ปฏิสนธิจิตเป็นวิญญาณขันธ์.
บทว่า สหชาตปจฺจยา โหนฺติ เป็นสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ไม่มีรูป ๔
เป็นสหชาตปัจจัยของกันและกัน มหาภูตรูป ๔ ในรูปขันธ์เป็นสหชาตปัจจัย
ของกันและกัน ขันธ์ไม่มีรูปและหทยรูปเป็นสหชาตปัจจัยของกันและกัน แม้
มหาภูตรูปก็เป็นสหชาตปัจจัยของอุปาทารูป. บทว่า อญฺมญฺปจฺจยา
โหนฺติ เป็นอัญญมัญญปัจจัย คือ เบญจขันธ์เป็นอุปการะแก่กันและกันด้วย
ความอุปถัมภ์ให้เกิด ขันธ์ไม่มีรูป ๔ ก็เป็นอัญญมัญญปัจจัย มหาภูตรูป ๔
ก็เป็นอัญญมัญญปัจจัย. บทว่า นิสสยปจฺจยา โหนฺติ เป็นนิสสยปัจจัย
คือ เบญจขันธ์เป็นอุปการะโดยอาการตั้งมั่นไว้และโดยอาการเป็นที่อาศัย
ขันธ์ไม่มีรูป ๔ เป็นนิสสยปัจจัยของกันและกัน เพราะเหตุนั้นพึงให้พิสดารดุจ
สหชาตปัจจัย. บทว่า วิปฺปยุตฺตปจฺจยา โหนฺติ เป็นวิปปยุตตปัจจัยคือ
เบญจขันธ์เป็นอุปการะโดยความวิปปยุตคปัจจัยด้วยการไม่เข้าถึงความเป็นมีวัตถุ
อย่างเดียวกันเป็นต้น ขันธ์ไม่มีรูปเป็นวิปปยุตตปัจจัยของปฏิสนธิรูป หทัยรูป
เป็นวิปปยุตตปัจจัยของขันธ์ไม่มีรูป เพราะในบทนี้ว่า ปญฺจกฺขนฺธา ท่าน
กล่าวด้วยสามารถตามที่มีได้ด้วยประการฉะนี้.
ในบทว่า จตฺตาโร มหาภูตา มหาภูตรูป ๔ นี้ท่านกล่าวถึงปัจจัย
๓ ก่อน. บทว่า ตโย ชีวิตสงฺขารา เครื่องปรุงชีวิต ๓ ประการ คือ อายุ
ไออุ่นและวิญญาณ. บทว่า อายุ ได้แก่ รูปชีวิตินทรีย์และอรูปชีวิตินทรีย์.