จงประกอบความเพียร ดื่มพรหมจรรย์อันผ่องใสนี้เถิด เพราะเมื่อดื่มยาใส
ข้างนอกไม่ได้อยู่ต่อหน้าหมอ ย่อมมีความสงสัยว่า เราไม่รู้ขนาดหรือการ
เอาขึ้นเอาลง แต่อยู่ต่อหน้าหมอก็หมดสงสัยด้วยคิดว่า หมอจักรู้จักดื่ม
พระศาสดาผู้เป็นพระธรรมสามีของพวกเรามีอยู่เฉพาะหน้าอย่างนั้นเหมือนกัน
เพราะเหตุนั้นจึงชักชวนในการดื่มพรหมจรรย์อันผ่องใสว่า พวกท่านจงทำ
ความเพียรแล้วดื่มเถิด. ชื่อว่า สตฺถา เพราะตามสั่งสอนตามสมควร ซึ่งทิฏฐิ
ธรรมิกประโยชน์ สัมปรายิกประโยชน์ และปรมัตถประโยชน์. อีกอย่างหนึ่ง
พึงทราบอรรถในบทนี้ แม้โดยนัยแห่งนิเทศมีอาทิว่า สตฺถา ภควา สตฺถวาโห
พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงนำหมู่ ชื่อว่า สัตถวาหะ ชื่อว่า สมฺมุขีภูโต
เพราะมีหน้าปรากฏอยู่.
พึงทราบวินิจฉัย ในมัณฑเปยยนิเทศดังต่อไปนี้. บทว่าติธตฺตมณฺโฑ
ความผ่องใสมีอยู่ ๓ ประการ ชื่อว่า ติธตฺตํ ความผ่องใสในพระศาสดาซึ่ง
มีอยู่เฉพาะหน้ามี ๓ ประการ ชื่อว่า ติธตฺตมณฺโฑ ความว่า ความผ่องใสมี
๓ อย่าง. บทว่า สตฺถริ สมฺมุขีภูเต ในพระศาสดาซึ่งมีอยู่เฉพาะหน้านี้
ท่านกล่าวเพื่อแสดงความผ่องใส ๓ ประการอันบริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง แม้
เมื่อพระศาสดาเสด็จปรินิพพาน ความผ่องใส ๓ ประการ ยังเป็นไปอยู่โดย
เอกเทศ. อนึ่ง ในนิเทศแห่งบทนั้น พึงทราบว่าท่านมิได้กล่าวว่า สตฺถริ
สมฺมุขีภูเต แล้วกล่าวว่า กตโม เทสนามณฺโฑ ความผ่องใสแห่งเทศนา
เป็นไฉน. บทว่า เทสนามณฺโฑ ความผ่องใสแห่งเทศนา คือ ธรรมเทศนา
นั่นแหละเป็นความผ่องใส. บทว่า ปฏิคฺคหมณฺโฑ ความผ่องใสแห่งการรับ
คือผู้รับเทศนานั่นแหละเป็นผู้ผ่องใส. บทว่าพฺรหฺมจริยมณฺโฑ ความผ่องใส
แห่งพรหมจรรย์ คือ มรรคพรหมจรรย์นั่นแหละเป็นความผ่องใส.