Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 462

เล่ม มมร. 69 หน้า 462 ข้อ 543
อนัตตา โดยความเป็นสภาพไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ เพราะเหตุนั้น ท่าน จึงกล่าวว่า มีใจที่นึกถึงความพอใจอันเป็นธรรมถูกอุทธัจจะกั้นไว้ สมัยนั้น จิตที่ตั้งมั่นสงบอยู่ภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ตั้งมั่นอยู่ มรรคย่อมเกิดแก่ ภิกษุนั้น มรรคย่อมเกิดอย่างไร ? ฯลฯ มรรคย่อมเกิดขึ้นอย่างนี้ ฯลฯ ย่อม ละสังโยชน์ อนุสัยย่อมสิ้นไป อย่างนี้ ใจที่นึกถึงความพอใจอันเป็นธรรมถูก อุทธัจจะกั้นไว้อย่างนี้. จิตย่อมกวัดแกว่งหวั่นไหวเพราะโอกาส ญาณ ปีติ ปัสสัทธิ สุข อธิโมกข์ ปัคคาหะ อุปัฏฐานะ ความวางเฉยจากความนึกถึงอุเบกขา และนิกันติ ภิกษุ นั้นกำหนดฐานะ ๑๐ ประการนี้ ด้วยปัญญาแล้ว ย่อม เป็นผู้ฉลาดในความนึกถึงโอกาสเป็นต้นอันเป็นธรรม ฟุ้งซ่าน และย่อมไม่ถึงความหลงใหล จิตกวัดแกว่ง เศร้าหมอง และเคลื่อนจากจิตภาวนา จิตกวัดแกว่ง เศร้าหมอง ภาวนาย่อมเสื่อมไป จิตบริสุทธิ์ ไม่เศร้า หมอง ภาวนาย่อมไม่เสื่อม จิตไม่ฟุ้งซ่าน ไม่เศร้าหมอง และไม่เคลื่อนจากจิตภาวนา ด้วยฐานะ ๔ ประการนี้ ภิกษุย่อมทราบชัดซึ่งความที่จิตฟุ้งซ่านถูกโอภาสเป็น ต้นกั้นไว้ ด้วยฐานะ ๑๐ ประการ ฉะนี้แล. จบยุคนัทธกถา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka