Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 525

เล่ม มมร. 69 หน้า 525 ข้อ 573
ในการทำกิจของตนแห่งโพชฌงค์. บทว่า พุชฺฌนฏฺเน เพราะอรรถว่า ตรัสรู้ แม้ความเป็นผู้สามารถในการทำกิจของตนมีอยู่ ก็ชี้แจงถึงภาวะเพื่อ ให้เห็นความไม่มีผู้ทำ. บทว่า โพเธนฺติ ให้ตรัสรู้ เมื่อพระโยคาวจรตรัสรู้ ด้วยการเจริญโพชฌงค์ ชี้แจงถึงเหตุกัตตา (ผู้ใช้ให้ทำ) แห่งโพชฌงค์ เพราะ เป็นผู้ประกอบ. บทว่า โพธนฏฺเน เพราะอรรถว่าให้ตรัสรู้ คือ ชี้แจงถึง ภาวะของผู้ใช้ให้ทำ เพราะเป็นผู้ประกอบตามนัยดังกล่าวแล้วครั้งแรกนั่นแหละ. บทว่า โพธิปกฺขิยฏฺเน เพราะอรรถว่าเป็นไปในฝ่ายตรัสรู้ คือ เพราะ เป็นไปในฝ่ายของพระโยคาวจรผู้ได้ชื่อว่า โพธิ เพราะอรรถว่าให้ตรัสรู้. นี้เป็นการชี้แจงความที่โพชฌงค์เหล่านั้นเป็นอุปการะแก่พระโยคาวจร. ด้วยบท เหล่านี้ท่านอธิบายว่า ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะเป็นองค์แห่งผู้ตรัสรู้. พึงทราบ วินิจฉัยในลักษณะมีอาทิว่า พุทฺธิลภนฏฺเน เพราะอรรถให้ได้ความตรัสรู้. บทว่า พุทฺธิลภนฏฺเน คือ เพราะอรรถให้พระโยคาวจรถึงความตรัสรู้. บทว่า โรปนฏฺเน เพราะอรรถว่าปลูกความตรัสรู้ คือ เพราะอรรถให้สัตว์ ทั้งหลายดำรงอยู่. บทว่า ปาปนฏฺเน เพราะอรรถให้ถึงความตรัสรู้ คือ เพราะอรรถให้สำเร็จความที่ให้สัตว์ดำรงอยู่. อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า โพชฌงค์อันเป็นวิปัสสนาเหล่านี้ คือโพชฌงค์ เป็นมรรคผลต่างกันด้วยอุปสรรค ๓ ศัพท์ คือ ปฏิ-อภิ-สํ เฉพาะ-ยิ่ง-พร้อม. พึงทราบว่า ท่านอธิบายไว้ว่า ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะเป็นองค์แห่งการตรัสรู้ โพชฌงค์ทั้งหลายท่านชี้แจงไว้ด้วยธรรมโวหารแม้ทั้งหมด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka