Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 6 หน้าที่ 124

เล่ม มมร. 6 หน้า 124 ข้อ 66 67
สารีบุตรปริพาชิกได้ดวงตาเห็นธรรม [๖๖] ครั้นได้ฟังธรรมปริยายนี้ ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทินว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมี ความคับไปเป็นธรรมดา ได้เกิดขึ้นแก่สารีบุตรปริพาชก:- ธรรมนี้แหละถ้ามีก็เพียงนี้เท่านั้น ท่านทั้งหลายจงแทงตลอดบทอันหาความ โศกมิได้ บทอันหาความโศกมิได้นี้ พวก เรายังไม่เห็น ล่วงเลยมาแล้วหลายหมื่นกัลป์ สารบุตรปริพาชกเปลื้องคำปฏิญญา [๖๗] เวลาต่อมา สารีบุตรปริพาชกเข้าไปหาโมคคัลลานปริพาชา โมคคัลลานปริพาชกได้เห็นสารีบุตรปริพาชกเดินมาแต่ใกล้ ครั้น แล้วได้ถาม สารีบุตรปริพาชกว่า ผู้มีอายุ อินทรีย์ของท่านผ่องใส ผิวพรรณของท่าน บริสุทธิ์ผุดผ่องท่านได้บรรลุอมตธรรมแล้วกระมังหนอ. สา. ถูกละ ผู้มีอายุ เราได้บรรลุอมตธรรมแล้ว. โมค. ท่านบรรลุอมตธรรมได้อย่างไร ด้วยวิธีไร ? สา. ผู้มีอายุ วันนี้เราได้เห็นพระอัสสชิกำลังเที่ยวบิณฑบาตใน พระนครราชคฤห์ มีมรรยาทก้าวไป ถอยกลับ แลเหลียว เหยียดแขน คู้แขน น่าเลื่อมใสมีนัยน์ตาทอดลง ถึงพร้อมด้วยอิริยาบถ ครั้นแล้วเราได้มีความดำริ ว่า บรรดาพระอรหันต์หรือท่านผู้ได้บรรลุอรหันต์มรรคในโลก ภิกษุรูปนี้คง เป็นผู้ใดผู้หนึ่งแน่ ถ้ากระไร เราพึงเข้าไปหาภิกษุรูปนี้ แล้วถามว่า ท่าน บวชเฉพาะใคร ใครเป็นศาสดาของท่าน หรือท่านชอบใจธรรมของใคร เรา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka