เกิดขึ้นและจากลักษณะความเสื่อมไป ลักษณะความเกิดขึ้นแห่งเวทนา สัญญา
สังขาร วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ สูญจากลักษณะความเสื่อมไป
และจากลักษณะเมื่อตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไป ลักษณะความเสื่อมไปแห่งชราและ
มรณะ สูญจากลักษณะความเกิดขึ้นและจากลักษณะเมื่อยังตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไป
ลักษณะเมื่อตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไปแห่งชราและมรณะ สูญจากลักษณะความเกิด
ขึ้นและจากลักษณะความเสื่อมไป นี้ลักษณสูญ.
[๖๔๐] วิกขัมภนสูญเป็นไฉน ? กามฉันทะอันเนกขัมมะข่มแล้วและ
สูญไป พยาบาทอันความไม่พยาบาทข่มแล้วและสูญไป ถีนมิทธะอันอาโลก-
สัญญาข่มแล้วและสูญไป อุทธัจจะอันความไม่ฟุ้งซ่านข่มแล้วและสูญไป วิจิกิจฉา
อันการกำหนดธรรมข่มแล้วและสูญไป อวิชชาอันญาณข่มแล้วและสูญไป อรติ
อันความปราโมทย์ข่มแล้วและสูญไป นิวรณ์อันปฐมฌานข่มแล้วและสูญไป
ฯลฯ กิเลสทั้งปวงอันอรหัตมรรคข่มแล้วและสูญไป นี้วิกขัมภนสูญ.
[๖๔๑] ตทังคสูญเป็นไฉน กามฉันทะเป็นตทังคสูญ (สูญเพราะ
องค์นั้น ๆ) เพราะเนกขัมมะ...นิวรณ์เป็นตทังคสูญเพราะปฐมฌาน ฯลฯ
ความถือผิดเพราะกิเลสเครื่องประกอบไว้ เป็นตทังคสูญเพราะวิวัฏนานุปัสสนา
นี้ตทังคสูญ.
[๖๔๒] สมุจเฉทสูญเป็นไฉน ? กามฉันทะอันเนกขัมมะตัดแล้วและ
สูญไป...นิวรณ์อันปฐมฌานตัดแล้วและสูญไป ฯลฯ กิเลสทั้งปวงอันอรหัต-
มรรคตัดแล้วและสูญไป นี้สมุจเฉทสูญ.
[๖๔๓] ปฏิปัสสัทธิสูญเป็นไฉน ? กามฉันทะอันเนกขัมมะระงับแล้ว
และสูญไป...นิวรณ์อันปฐมฌานระงับแล้วและสูญไป ฯลฯ กิเลสทั้งปวงอัน
อรหัตมรรคระงับแล้วและสูญไป นี้ปฏิปัสสัทธิสูญ.