เป็นผู้อาศัยครู คือ เข้าไปอาศัยครูผู้ยิ่งด้วยปัญญา. บทว่า วิหารพหุโล
เป็นผู้มีวิหารธรรมมาก็ได้แก่เป็นผู้มีวิหารธรรม คือวิปัสสนามาก เป็นผู้มีวิหาร-
ธรรม คือ ผลสมาบัติมาก. บทว่า ปจฺจเวกขณาพหุโล เป็นผู้มีความ
พิจารณามาก ได้แก่เมื่อมีวิหารธรรม คือวิปัสสนาย่อมเป็นผู้มีความพิจารณา
วิปัสสนา เมื่อมีวิหารธรรมคือผลสมาบัติ ย่อมเป็นผู้มีความพิจารณาผลสมาบัติ
มาก. บทว่า เสกฺขปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต คือเป็นพระเสกขะบรรลุปฏิสัมภิทา
เป็นพระอเสกขะบรรลุปฏิสัมภิทาก็อย่างนั้น.
ในบทว่า สาวกปารมิปฺปตฺโต เป็นผู้บรรลุสาวกบารมีนี้วินิจฉัย
ดังต่อไปนี้. การถึงฝั่งแห่งสาวกญาณ ๖๗ ของพระมหาสาวกผู้เลิศกว่าสาวกผู้มี
ปัญญามากทั้งหลาย ชื่อว่า ปารมี. บารมีของพระสาวก ชื่อว่า สาวกบารมี.
ผู้ถึงสาวกบารมีนั้น ชื่อว่า สาวกปารมิปฺปตฺโต. ปาฐะว่า สาวกปารมิตา-
ปฺปตฺโต บ้าง. มหาสาวกนั้นเป็นผู้รักษาและเป็นผู้บำเพ็ญสาวกญาณ ๖๗
ชื่อว่า ปรโม. ความเป็นหรือกรรมแห่งปรมะนั้นด้วยญาณกิริยา ๖๗ อย่างนี้
ของปรมะนั้น ชื่อว่า ปารมี. บารมีของพระสาวกนั้นชื่อว่า สาวกบารมี.
ผู้ถึงสาวกบารมีนั้น ชื่อว่า สาวกปารมิปฺปตฺโต. บทว่า สาวกปารมิปฺปตฺโต
ได้แก่ พระสาวกรูปใดรูปหนึ่งมีพระมหาโมคคัลลานเถระเป็นต้น.
พระสารีบุตรเถระกล่าวว่า เอโก ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ผู้หนึ่งเป็น
พระปัจเจกสัมพุทธะ เพราะไม่มีพระสาวกอื่นยิ่งกว่าพระสาวกผู้บรรลุสาวก-
บารมี. พระสารีบุตรเถระแสดงสรุปความที่กล่าวแล้วด้วยบทมีอาทิว่า ปญฺา-
ปเภทกุสโล ทรงเป็นผู้ฉลาดในประเภทแห่งปัญญาอีก. ท่านชี้แจงญาณ
หลายอย่างแห่งญาณกาโดยมาก. ท่านกล่าวทำปัญญาแม้อย่างหนึ่งแห่งปัญญา-
กถาโดยมากให้ต่าง ๆ กัน โดยอาการต่าง ๆ กัน นี้เป็นความพิเศษด้วยประการ
ฉะนี้.
จบอรรถกถามหาปัญญากถา