Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 707

เล่ม มมร. 69 หน้า 707 ข้อ 683 684
และปธานสังขาร ๑ เจริญอิทธิบาทประกอบด้วยสมาธิอันยิ่งด้วยจิตและปธาน- สังขาร ๑ เจริญอิทธิบาทประกอบด้วยสมาธิอันยิ่งด้วยวิมังสาและปธานสังขาร ๑ บาท ๔ แห่งฤทธิ์นี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความได้ฤทธิ์... เพื่อความแกล้วกล้าด้วย ฤทธิ์. [๖๘๓] บท ๔ แห่งฤทธิ์เป็นไฉน ? ถ้าภิกษุอาศัยฉันทะได้สมาธิ ได้เอกัคคตาจิต ฉันทะไม่ใช่สมาธิ สมาธิไม่ใช่ฉันทะ ฉันทะเป็นอย่างหนึ่ง สมาธิเป็นอย่างหนึ่ง ถ้าภิกษุอาศัย วิริยะได้สมาธิ ได้เอกัคคตาจิต วิริยะไม่ใช่สมาธิ สมาธิไม่ใช่วิริยะ วิริยะ เป็นอย่างหนึ่ง สมาธิเป็นอย่างหนึ่ง ถ้าภิกษุอาศัยจิตได้สมาธิ ได้เอกัคคตาจิต จิตไม่ใช่สมาธิ สมาธิไม่ใช่จิต จิตเป็นอย่างหนึ่ง สมาธิเป็นอย่างหนึ่ง ถ้าภิกษุ อาศัยวิมังสาได้สมาธิ ได้เอกัคคตาจิต วิมังสาไม่ใช่สมาธิ สมาธิไม่ใช่วิมังสา วิมังสาเป็นอย่างหนึ่ง สมาธิเป็นอย่างหนึ่ง บท ๘ แห่งฤทธิ์นี้ ย่อมเป็นไป เพื่อความได้ฤทธิ์...เพื่อความแกล้วกล้าด้วยฤทธิ์. [๖๘๔] มูล ๑๖ แห่งฤทธิ์เป็นไฉน ? จิตไม่ฟุบลง ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความเกียจคร้าน เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าอเนญชา (จิตไม่หวั่นไหว) จิตไม่ฟูขึ้น ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะ อุทธัจจะ เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าอเนญชา จิตไม่น้อมไป ย่อมไม่หวั่นไหว เพราะราคะ...จิตไม่มุ่งร้าย ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะพยาบาท... จิตอันทิฏฐิ ไม่อาศัย ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฏฐิ...จิตไม่พัวพัน ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะ ฉันทราคะ...จิตหลุดพ้น ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกามราคะ...จิตไม่เกาะเกี่ยว ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกิเลส... จิตปราศจากเครื่องครอบงำ ย่อมไม่หวั่นไหว เพราะความครอบงำแห่งกิเลส... เอกัคคตาจิต ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกิเลส
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka