Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 729

เล่ม มมร. 69 หน้า 729 ข้อ 694
อาวชฺชติ อุทกํ อาวชฺชติ อากาสํ อาวชฺชติ ย่อมนึกถึงแผ่นดิน ย่อมนึก ถึงน้ำ ย่อมนึกถึงอากาศ คือย่อมนึกถึงแผ่นดิน น้ำและอากาศตามปกติ. บทว่า อนฺตลิกฺเข บนอากาศท่านแสดงถึงความที่อากาศนั้นเป็นอากาศไกลกว่าแผ่นดิน เพราะท่านไม่นิยมกสิณในการลูบคลำดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ จึงกล่าวโดยไม่ ต่างกันว่าผู้มีฤทธิ์เป็นผู้ถือความชำนาญแห่งจิต. บทว่า นิสินฺนโก วา นิปนฺน- โก วา คือนั่งก็ดี นอนก็ดี ด้วยบทนี้เป็นอันท่านกล่าวถึงแม้อิริยาบถทั้งสองนอก นั้นด้วย. บทว่า หตฺถปาเส โหตุ คือดวงจันทร์ดวงอาทิตย์จงมีในที่ใกล้มือ. ปาฐะว่า หตฺถปสฺเส โหตุ จงมีที่ข้างมือบ้าง บทนี้ท่านกล่าวด้วยอำนาจของ ผู้ใคร่จะทำอย่างนั้น. อนึ่ง ผู้มีฤทธิ์นี้แม้ไปในที่นั้น แล้วก็ยกมือลูบคลำได้. บทว่า อามสติ ลูบ คือถูกต้องนิดหน่อย. บทว่า ปรามสติ คลำ คือถูก ต้องหนักหน่อย. บทว่า ปริมชฺชติ สัมผัส คือถูกต้องโดยรอบ. บทว่า รูปคตํ คือรูปที่ตั้งอยู่ใกล้มือนั่นเอง. บทว่า ทูเรปิ สนฺติเก อธิฏฺาติ อธิษฐานที่ ไกลให้เป็นที่ใกล้คือผู้มีฤทธิ์ครั้นออกจากสมาบัติมีฌานเป็นบาทแล้ว ย่อมนึก ถึงเทวโลกก็ดี พรหมโลกก็ดี ในที่ไกลว่า จงมีในที่ใกล้ดังนี้ ครั้นนึกถึงแล้ว กระทำบริกรรมเข้าสมาบัติอีกครั้นออกแล้วอธิฐานด้วยญาณว่า จงมีในที่ใกล้ ดังนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ย่อมมีในที่ใกล้ แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้ อนึ่ง พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงถึงความวิเศษของความสำเร็จแห่งฤทธิ์นี้ แม้ไม่ เป็นอุปการะแก่ผู้ประสงค์จะไปพรหมโลกกล่าวถึงการกระทำที่ไกลให้เป็นที่ใกล้ แล้วไปพรหมโลกได้ จงกล่าวคำมีอาทิว่า สนฺติเกปิ แม้ในที่ใกล้. ในบทนั้นมิใช่การทำเล็กน้อยและทำมากอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งทั้งหมด ที่ปรารถนาย่อมสำเร็จแก่ผู้ฤทธิ์ แม้ในบทมีอาทิว่า อมธุรํ มธุรํ ทั้งไม่ อร่อยทั้งอร่อย พึงทราบนัยอื่นอีก. บทว่า ทูเรปิ สนฺติเก อธิฏฺาติ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka