เบญจขันธ์โดยความเป็นของไม่มีอะไรต้านทาน... เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความ
ดับแห่งเบญจขันธ์เป็นนิพพานเป็นที่ต้านทาน... เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดย
ความเป็นของไม่มีอะไรป้องกัน ... เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความดับแห่งเบญจขันธ์
เป็นนิพพานเป็นที่ป้องกัน ... เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดยความเป็นของ
ไม่มีที่พึ่ง... เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความดับแห่งเบญจขันธ์เป็นนิพพานเป็นที่
พึ่ง... เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดยความเป็นของว่าง... เมื่อพิจารณาเห็นว่า
ความดับแห่งเบญจขันธ์เป็นนิพานไม่ว่าง ... เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดย
ความเป็นของเปล่า... เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความดับแห่งเบญจขันธ์เป็น
นิพพานไม่เปล่า... เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดยความเป็นของสูญ... เมื่อ
พิจารณาเห็นว่า ความดับแห่งเบญจขันธ์เป็นนิพพานสูญอย่างยิ่ง...เมื่อพิจารณา
เห็นเบญจขันธ์โดยความเป็นอนัตตา... เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความดับแห่ง
เบญจขันธ์เป็นนิพพานเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง...เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดย
ความเป็นโทษ...เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความดับแห่งเบญจขันธ์เป็นนิพพานไม่มี
โทษ... เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดยความเป็นของแปรปรวนเป็นธรรมดา...
เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความดับแห่งเบญจขันธ์เป็นนิพพานมีความไม่แปรปรวน
เป็นธรรมดา...เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดยความเป็นของหาสาระมิได้ ...เมื่อ
พิจารณาเห็นว่า ความดับแห่งเบญจขันธ์เป็นนิพพานมีสาระ ... เมื่อพิจารณา
เห็นเบญจขันธ์โดยความเป็นมูลแห่งความลำบาก...เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความ
ดับแห่งเบญจขันธ์เป็นนิพพานไม่มีมูลแห่งความลำบาก ... เมื่อพิจารณาเห็น
เบญจขันธ์โดยความเป็นดังเพชฌฆาต ... เมื่อพิจารณาเห็นว่าความดับแห่ง
เบญจขันธ์เป็นนิพพานไม่เป็นดังเพชฌฆาต... เมื่อพิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดย
ความเป็นของเสื่อมไป ... เมื่อพิจารณาเห็นว่า ความดับแห่งเบญจขันธ์เป็น