Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 821

เล่ม มมร. 69 หน้า 821 ข้อ 736
เป็นนิบาตลงในอรรถเอกังสะ. (ทำบทให้เต็ม). บทว่า กญฺจิ สงฺขารํ สัง- ขารไร ๆ คือสังขารแม้มีประมาณน้อย. ในบทว่า อนุโลมิกาย ขนฺติยา ด้วย อนุโลมขันตินี้มีความดังนี้. ชื่อว่า อนุโลมิกะ เพราะวิปัสสนานั่นแหละย่อม อนุโลมโลกุตรมรรค ชื่อว่าอนุโลมิกา เพราะเพ่งถึงขันตินั่นแหละ ชื่อว่า ขนฺติ เพราะสังขารทั้งปวงย่อมพอใจย่อมชอบใจแก่ภิกษุนั้นโดยความเป็นของ ไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยเป็นอนัตตา. ขันตินั้นมี ๓ อย่าง คือ อย่าง อ่อน ๑ อย่างกลาง ๑ อย่างกล้า ๑ ขันติมีการพิจารณาเป็นกลาปะ (กลุ่มก้อน) เป็นเบื้องต้น มีอุทยัพพยญาณเป็นที่สุด เป็นอนุโลมขันติอย่างอ่อน ขันติมี การพิจารณาถึงความดับเป็นเบื้องต้น มีสังขารอุเบกขาญาณเป็นที่สุดชื่อว่า อนุโลมขันติอย่างกลาง ขันติเป็นอนุโลมญาณ (ปรีชาเป็นไปโดยสมควรแก่ กำหนดรู้อริยสัจ) ชื่อว่าอนุโลมขันติอย่างกล้า. บทว่า สมนฺนาคโต ประกอบ แล้วคือเข้าถึงแล้ว. บทว่า เนตํ านํ วิชฺชติ ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้คือ ไม่เป็นฐานะไม่เป็นเหตุที่จะมีได้ตามที่กล่าวแล้ว. ในบทนี้ว่า สมฺมตฺตนิยามํ สัมมัตตนิยาม (ความชอบและความแน่นอน) นี้มีความดังนี้. ชื่อว่า สมฺมตฺ- โต เพราะเป็นสภาวะชอบโดยความหวังอย่างนี้ว่า จักนำประโยชน์เกื้อกูล และความสุขมาให้แก่เราโดยความเจริญอย่างนั้น และโดยปรากฏความเป็นไป อันไม่วิปริต ในสิ่งไม่งามเป็นต้นว่าเป็นของงาม ชื่อว่านิยาโม เพราะเป็นความ แน่นอนด้วยการให้ผลในลำดับและด้วยการบรรลุพระอรหัต ความว่าการตั้งใจ แน่วแน่. ชื่อว่า สมฺมตฺตนิยาโม เพราะความชอบและความแน่นอน. นั้น คืออะไร คือโลกุตรมรรค แต่โดยพิเศษก็คือโสดาปัตติมรรค. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า นิยโต สมฺโพธิปรายโน มีการตรัสรู้ในเบื้องหน้า แน่นอน เพราะแน่นอนด้วยมรรคนิยาม สู่สัมมัตตนิยามนั้น. บทว่า โอกฺก-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka