Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 9

เล่ม มมร. 70 หน้า 9 ข้อ 1
อยู่ ยังมนุษยโลก พร้อมทั้งเทวโลกให้ร่าเริงอยู่ จะเป็น พระพุทธเจ้าในโลก. ทิศทั้ง ๑๐ มีอยู่ในโลก ที่สุด ย่อมไม่มี แก่ผู้ไปอยู่ ก็ในทิศาภาคนั้น มีพุทธเขตนับไม่ถ้วน. รัศมีของเราปรากฏเปล่งออกเป็นคู่ ๆ ข่ายรัศมีมีอยู่ใน ระหว่างนี้ เราเป็นผู้มีแสงสว่างมากมาย. ปวงชนโลกธาตุมีประมาณเท่านี้จงเห็นเรา ปวงชน ทั้งหมดจงมีใจดี จงอนุวัตรตามเราทั้งหมด. เราตีกลองอมฤตมีเสียงบันลือไพเราะ สละสลวย ปวงชน ในระหว่างนี้ จงได้ยินเสียงอันไพเราะของเรา. เมื่อเมฆฝนคือธรรมตกลง ปวงชนจงเป็นผู้ไม่มีอาสวะ บรรดาชนเหล่านั้น สัตว์ผู้เกิดสุดท้ายภายหลัง จงได้เป็น พระโสดาบัน. เราให้ทานที่ควรให้ บำเพ็ญศีลโดยไม่เหลือ ถึงเนก- ขัมมบารมีแล้วบรรลุพระสัมโพธิญาณอันอุดม เราสอบถาม บัณฑิตทั้งหลาย ทำความเพียรอย่างสูงสุด ถึงขันติบารมีแล้ว บรรลุพระสัมโพธิญาณอันอุดม. เรากระทำอธิษฐานมั่นคง บำเพ็ญสัจบารมี ถึงเมตตา- บารมีแล้วบรรลุพระสัมโพธิญาณอันอุดม เราเป็นผู้สม่ำเสมอ ในอารมณ์ทั้งปวง คือในลาภ ความไม่มีลาภ สุข ทุกข์ สรรเสริญ และการดูหมิ่น บรรลุพระสัมโพธิญาณอันอุดม. ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านโดยเป็นภัย และ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka