Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 29

เล่ม มมร. 70 หน้า 29 ข้อ 1
การกระทำร่างกายให้อ่อนแอ โดยกำจัดความหนาวและความร้อน เป็นต้น เป็นโทษข้อที่ ๔. ผู้เข้าไปสู่เรือนอาจทำความชั่วอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพราะเหตุนั้น การปกปิดข้อครหาได้ เป็นโทษข้อที่ ๕. การทำความหวงแหนว่า "เป็นของเรา" เป็นโทษข้อที่ ๖. ธรรมดามีเรือนแสดงว่าต้องมีคู่ เป็นโทษข้อที่ ๗. การเป็นของสาธารณ์ทั่วไปแก่คนมาก เพราะเป็นของสาธารณ์ สำหรับสัตว์มีเล็น เรือด และตุ๊กแกเป็นต้น เป็นโทษข้อที่ ๘. พระมหาสัตว์เห็นโทษ ๘ ประการนี้ จึงละทิ้งบรรณศาลาเสีย ด้วยประการฉะนี้ . เพราะเหตุนั้น พระมหาสัตว์จึงกล่าวว่า เราละทิ้ง บรรณศาลาอันเกลื่อนกล่นด้วยโทษ ๔ ประการ ดังนี้. บทว่า อุปาคมึ รุกฺขมูลํ คุเณ ทสหุปาคตํ ความว่า พระมหาสัตว์กล่าวว่า เราห้ามที่มุงบัง เข้าหาโคนไม้อันประกอบด้วยคุณ ๑๐ ประการ. ในการอยู่โคนไม้นั้น มีคุณ ๑๐ ประการนี้ คือ มีความริเริ่มน้อย เป็นคุณข้อที่ ๑ เพราะเพียงแต่เข้าไปเท่านั้น ก็อยู่ที่นั้นได้. การปฏิบัติรักษาน้อย เป็นคุณข้อที่ ๒ เพราะโคนไม้นั้น จะ กวาดหรือไม่กวาดก็ตาม ก็ใช้สอยได้สบายเหมือนกัน. การที่ไม่ต้องถูกปลุกให้ลุกขึ้น เป็นคุณข้อที่ ๓. ไม่ปกปิดข้อครหา เมื่อจะทำชั่วที่โคนไม้นั้นย่อมละอายใจ เพราะ เหตุนั้น การปกปิดข้อครหาไม่ได้ เป็นคุณข้อที่ ๔.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka