การกระทำร่างกายให้อ่อนแอ โดยกำจัดความหนาวและความร้อน
เป็นต้น เป็นโทษข้อที่ ๔.
ผู้เข้าไปสู่เรือนอาจทำความชั่วอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพราะเหตุนั้น
การปกปิดข้อครหาได้ เป็นโทษข้อที่ ๕.
การทำความหวงแหนว่า "เป็นของเรา" เป็นโทษข้อที่ ๖.
ธรรมดามีเรือนแสดงว่าต้องมีคู่ เป็นโทษข้อที่ ๗.
การเป็นของสาธารณ์ทั่วไปแก่คนมาก เพราะเป็นของสาธารณ์
สำหรับสัตว์มีเล็น เรือด และตุ๊กแกเป็นต้น เป็นโทษข้อที่ ๘.
พระมหาสัตว์เห็นโทษ ๘ ประการนี้ จึงละทิ้งบรรณศาลาเสีย
ด้วยประการฉะนี้ . เพราะเหตุนั้น พระมหาสัตว์จึงกล่าวว่า เราละทิ้ง
บรรณศาลาอันเกลื่อนกล่นด้วยโทษ ๔ ประการ ดังนี้.
บทว่า อุปาคมึ รุกฺขมูลํ คุเณ ทสหุปาคตํ ความว่า
พระมหาสัตว์กล่าวว่า เราห้ามที่มุงบัง เข้าหาโคนไม้อันประกอบด้วยคุณ
๑๐ ประการ.
ในการอยู่โคนไม้นั้น มีคุณ ๑๐ ประการนี้ คือ
มีความริเริ่มน้อย เป็นคุณข้อที่ ๑ เพราะเพียงแต่เข้าไปเท่านั้น
ก็อยู่ที่นั้นได้.
การปฏิบัติรักษาน้อย เป็นคุณข้อที่ ๒ เพราะโคนไม้นั้น จะ
กวาดหรือไม่กวาดก็ตาม ก็ใช้สอยได้สบายเหมือนกัน.
การที่ไม่ต้องถูกปลุกให้ลุกขึ้น เป็นคุณข้อที่ ๓.
ไม่ปกปิดข้อครหา เมื่อจะทำชั่วที่โคนไม้นั้นย่อมละอายใจ เพราะ
เหตุนั้น การปกปิดข้อครหาไม่ได้ เป็นคุณข้อที่ ๔.