Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 36

เล่ม มมร. 70 หน้า 36 ข้อ 1
เราสยายผมออก แล้วลาดผ้าเปลือกไม้คากรองและ หนังเสือบนเปือกตมนั้นแล้ว นอนคว่ำลงด้วยความปรารถนา ว่า พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย จงทรงเหยียบ เราเสด็จไป อย่าทรงเหยียบที่เปือกตมเลย ข้อนั้นจักเป็นไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่เรา ดังนี้. สุเมธดาบสนั้นนอนบนหลังเปือกตมนั้นแล ลืมตาทั้งสองขึ้นอีก เห็นพระพุทธสิริของพระทีปังกรทศพล จึงคิดว่า ถ้าเราพึงต้องการ ก็ พึงเผากิเลสทั้งปวงเป็นสังฆนวกะเข้าไปสู่รัมมนครได้ แต่เราไม่มีกิจด้วย การเผากิเลส ด้วยเพศที่ใครไม่รู้จักแล้วบรรลุพระนิพพาน ถ้ากระไรเรา พึงเป็นดังพระทศพลทีปังกร บรรลุพระอภิสัมโพธิญาณอย่างสูงยิ่งแล้ว ขึ้นสู่ธรรมนาวาให้มหาชนข้ามสงสารสาครได้แล้ว จึงปรินิพพานภายหลัง ข้อนี้สมควรแก่เรา. ต่อจากนั้น จึงประมวลธรรม ๘ ประการ การทำ ความปรารถนาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า แล้วจึงนอนลง. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เมื่อเรานอนบนแผ่นดิน ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า วันนี้ เราเมื่อปรารถนาอยู่ ก็จะพึงเผากิเลสของเราได้. จะมีประโยชน์อะไรแก่เราเล่าด้วยการทำให้แจ้งธรรมใน ที่นี้ ด้วยเพศที่ใคร ๆ ไม่รู้จัก เราบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ จักเป็นพระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก. จะมีประโยชน์อะไรแก่เราด้วยลูกผู้ชายผู้มีรูปร่างแข็งแรง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka