ทรงกระทำประทักษิณโพธิมัณฑ์แล้ว จักตรัสรู้ที่ควงไม้
อัสสัตถพฤกษ์.
พระมารดาผู้เป็นชนนีของท่านผู้นี้ จักมีนามว่ามายา
พระบิดาจักมีนามว่าสุทโธทนะ ท่านผู้นี้จักมีนามว่าโคดม.
พระโกลิตะ และพระอุปติสสะ จักเป็นพระอัครสาวกผู้หา
อาสวะมิได้ปราศจากราคะแล้ว มีจิตสงบตั้งมั่น พระอุปัฏฐาก
นามว่าอานนท์ จักอุปัฏฐากพระชินเจ้านั้น.
พระเขมาและพระอุบลวรรณา จักเป็นอัครสาวิกาผู้หา
อาสวะมิได้ ปราศจากราคะแล้ว มีจิตสงบตั้งมั่น. ต้นไม้
ที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เรียกกันว่าต้นอัสสัตถ-
พฤกษ์ ดังนี้.
สุเมธดาบสได้ฟังดังนั้น ได้มีความโสมนัสว่า นัยว่า ความปรารถนา
ของเราจักสำเร็จ. มหาชนได้ฟังพระดำรัสของพระทศพลทีปังกรแล้ว
ต่างพากันร่าเริงยินดีว่า นัยว่าสุเมธดาบสเป็นพืชแห่งพระพุทธเจ้า เป็น
หน่อแห่งพระพุทธเจ้า และพวกเขาได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ธรรมดาว่า
มนุษย์เมื่อจะข้ามแม่น้ำ เมื่อไม่อาจข้ามตามท่าตรงได้ ย่อมข้ามโดยท่า
ข้างใต้ ฉันใด แม้เราทั้งหลาย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อไม่ได้มรรคและผล
ในศาสนาของพระทศพลทีปังกร ก็พึงสามารถทำให้แจ้งมรรคและผล
ต่อหน้าท่าน ในกาลที่ท่านจักเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล ดังนี้แล้ว
พากันดังความปรารถนาไว้.
ฝ่ายพระทศพลทีปังกรสรรเสริญพระโพธิสัตว์แล้ว บูชาด้วยดอกไม้
๘ กำมือ ทรงกระทำประทักษิณแล้วเสด็จหลีกไป. พระขีณาสพนับได้