พึงบำเพ็ญแม้ปัญญาบารมีให้บริบูรณ์ ท่านอย่าได้เว้นใคร ๆ เลย ไม่ว่า
จะเป็นคนชั้นต่ำชั้นกลาง และชั้นสูง พึงเข้าไปหาบัณฑิตแม้ทั้งหมด
ไต่ถามปัญหา. เหมือนอย่างว่า ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ไม่
ละเว้นตระกูลไร ๆ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลชั้นต่ำเป็นต้น เที่ยวไปบิณฑบาต
ตามลำดับ ได้อาหารพอยังชีพโดยพลัน ฉันใด แม้ท่าน ก็ฉันนั้น เข้า
ไปหาบัณฑิตทั้งปวง ได้ถามปัญหา จักได้เป็นพระพุทธเจ้า ครั้นคิดแล้ว
จึงอธิษฐานปัญหาบารมีข้อที่ ๔ กระทำให้มั่นแล้ว ด้วยเหตุนั้น ท่าน
จึงกล่าวว่า
ก็พุทธธรรมเหล่านี้จักไม่มีเพียงเท่านี้ เราจักเฟ้นหาธรรม
แม้ข้ออื่น ๆ อันเป็นเครื่องบ่มพระโพธิญาณ.
เราเมื่อค้นหาอยู่ในคราวนั้น ก็ได้เห็นปัญญาบารมีข้อที่ ๔
ที่ท่านผู้แสวงหาคุณใหญ่แต่ก่อน ๆ ถือปฏิบัติเป็นประจำ.
ท่านจงสมาทานปัญญาบารมีข้อที่ ๔ นี้ กระทำให้มั่นก่อน
จงถึงความเป็นปัญญาบารมี ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระ-
โพธิญาณ.
ภิกษุเมื่อขออยู่ ไม่เว้นตระกูลต่ำ สูง และปานกลาง ย่อม
ได้อาหารเป็นเครื่องยังชีพ ด้วยอาการอย่างนี้ แม้ฉันใด
ท่านเมื่อไต่ถามชนผู้รู้อยู่ตลอดกาลทั้งปวง ถึงความเป็น
ปัญญาบารมี จักได้บรรลุพระสัมโพธิญาณฉะนั้นเหมือนกัน.
ลำดับนั้น เมื่อสุเมธดาบสนั้นคิดว่า พุทธการกธรรมทั้งหลาย จะไม่
พึงมีเพียงเท่านั้น จึงใคร่ควรให้ยิ่งขึ้นไปอีก ได้เห็นวิริยบารมีข้อที่ ๕