Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 90

เล่ม มมร. 70 หน้า 90 ข้อ 1
พระอโสกะ มีพระอัครสาวิกา ๒ องค์ คือ พระนางจันทา และพระนาง จันทมิตตา มีต้นแคฝอยเป็นไม้ที่ตรัสรู้ มีพระสรีระสูง ๘๐ ศอก พระ- รัศมีจากพระสรีระได้เเผ่ไปตั้งอยู่ ๗ โยชน์ ในกาลทุกเมื่อ มีพระชนมายุ แปดหมื่นปีแล. กาลต่อจากพระผุสสพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าพระนาม ว่าริปัสสีโดยพระนาม ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ๒ เท้า ผู้มีจักษุญาณ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ฉะนั้นแล. ในกาลต่อจากพระวิปัสสีพระองค์นั้น ในกัปที่ ๓๑ แต่นี้ไป ได้มี พระพุทธเจ้า ๒ พระองค์ คือ พระสิขี และ พระเวสสภู. แม้พระสิขี ผู้มีพระภาคเจ้านั้น ก็มีสาวกสันนิบาต ๓ ครั้ง สันนิบาตครั้งแรก มีภิกษุ หนึ่งแสน ครั้งที่ ๒ แปดหมื่น ครั้งที่ ๓ เจ็ดหมื่น ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เป็นพระราชาพระนามว่า อรินทมะ ได้ ถวายมหาทานพร้อมทั้งจีวรแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้ว ถวายช้างแก้ว ซึ่งประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ แล้วได้ถวายกัปปิยภัณฑ์ ให้มีขนาดเท่าตัวช้าง พระศาสดาแม้พระองค์นั้นก็ทรงพยากรณ์พระโพธิ- สัตว์นั้นว่า ในกัปที่ ๓๑ แต่นี้ไป จักได้เป็นพระพุทธเจ้า ก็พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น มีนครชื่อว่า อรุณวดี กษัตริย์พระนามว่า อรุณ เป็นพระบิดา พระเทวีพระนามว่า ปภาวดี เป็นพระมารดา มี พระอัครสาวก ๒ องค์ คือ พระอภิภู และพระสัมภวะ มีพระอุปัฏฐาก ชื่อว่า เขมังกร มีพระอัครสาวิกา ๒ องค์ คือ พระนางขสิลา และ พระนางปทุมา มีต้นบุณฑริก (ต้นมะม่วง) เป็นไม้ที่ตรัสรู้ มีพระสรีระ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka