ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เป็นพระราชาพระนามว่า ปัพพตะ อันหมู่
อำมาตย์ห้อมล้อม เสด็จไปยังสำนักของพระศาสดา สดับพระธรรมเทศนา
แล้ว นิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ยังมหาทานให้เป็นไป
แล้ว ถวายผ้าปัตตุณณะ (ผ้าไหมที่ซักแล้ว) ผ้าจีนปฏะ (ผ้าขาวในเมือง
จีน) ผ้าโกไสย (ผ้าทอด้วยไหม) ผ้ากัมพล (ผ้าทำด้วยขนสัตว์) ผ้าทุกูละ
(ผ้าทำด้วยเปลือกไม้) และเครื่องลาดขนสัตว์ทำด้วยทอง แล้วบวชใน
สำนักของพระศาสดา. พระศาสดาแม้พระองค์นั้นก็ทรงพยากรณ์พระ-
โพธิสัตว์นั้นว่า จักได้เป็นพระพุทธเจ้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น มีนครชื่อว่า โสภวดี พราหมณ์
นามว่า ยัญญทัตตะ เป็นพระบิดา พราหมณีนามว่า อุตตรา เป็นพระ-
มารดา มีพระอัครสาวก ๒ องค์คือ พระภิยยสะ และพระอุตตระ มี
พระอุปัฏฐากชื่อว่า โสตถิชะ มีพระอัครสาวิกา ๒ องค์คือ พระนาง
สมุททา และพระนางอุตตรา มีต้นมะเดื่อเป็นต้นไม้ที่ตรัสรู้ มีพระสรีระ
สูง ๓๐ ศอก มีพระชนมายุสามหมื่นปีแล.
กาลต่อจากพระกกุสันธะ มีพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า
โกนาคมนะ. ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ๒ เท้า เป็นพระชินเจ้าผู้โลก-
เชษฐ์องอาจในหมู่คน ฉะนี้แล.
ในกาลต่อจากพระโกนาคมนะนั้น พระศาสดาพระนามว่า กัสสปะ
อุบัติขึ้นแล้ว แม้พระองค์ก็มีสาวกสันนิบาตครั้งเดียวเท่านั้น, ในสาวก
สันนิบาตนั้น มีภิกษุสองหมื่น. ในครั้งนั้น พระโพธิสัตว์ได้เป็นมาณพ
ชื่อว่า โชติปาละ สำเร็จไตรเพท เป็นผู้มีชื่อเสียงทั้งบนแผ่นดินและ
กลางหาว ได้เป็นมิตรของช่างหม้อชื่อว่า ฆฏิการะ พระโพธิสัตว์นั้นไป