Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 164

เล่ม มมร. 70 หน้า 164 ข้อ 1
หรือจึงละไปเสีย เราถามเนื้อความนี้กะเธอ อย่างไรเธอจึง ละการบูชาไฟเสียเล่า. ฝ่ายพระเถระก็ทราบความประสงค์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงกล่าว คาถานี้ว่า ยัญทั้งหลายย่อมกล่าวสรรเสริญ รูป เสียง กลิ่น รส ที่น่าใคร่ และหญิงทั้งหลาย ข้าพระองค์รู้ว่า นี้เป็นมลทิน ในอุปธิทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ยินดีในการ เซ่นสรวงและการบูชา ดังนี้. เพื่อจะประกาศความที่ตนเป็นสาวก จึงซบศีรษะลงที่หลังพระบาท ของพระตถาคตแล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก ดังนี้แล้วเหาะขึ้นสู่ เวหาส ๗ ครั้ง คือ ๑ ชั่วลำตาล ๒ ชั่วลำตาล ๓ ชั่วลำตาล จนกระทั่ง ประมาณ ๗ ชั่วลำตาล แล้วลงมาถวายบังคมพระตถาคต แล้วนั่ง ณ ที่ ควรข้างหนึ่ง. มหาชนได้เห็นปาฏิหาริย์ดังนั้น จึงกล่าวเฉพาะกถาสรรเสริญพระ- คุณของพระศาสดาเท่านั้นว่า น่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้าทรงมีอานุภาพมาก เพราะแม้พระอุรุเวลกัสสปะ ชื่อว่า ผู้มีทิฏฐิจัดอย่างนี้ สำคัญตนว่าเป็น พระอรหันต์ ก็ถูกพระตถาคตทรมาน ทำลายข่ายคือทิฏฐิเสียแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เราไม่ได้ทรมานอุรุเวลกัสสปะแต่ใน บัดนี้เท่านั้น แม้ในอดีตกาล อุรุเวลกัสสปะนี้เราก็ได้ทรมานแล้ว เพราะ เหตุเกิดเรื่องนี้ขึ้น จึงตรัส มหานารทกัสสปชาดก แล้วทรงประกาศ สัจจะ ๔. พระราชาพร้อมกับบริวาร ๑๑ นหุต ดำรงอยู่ในพระโสดา-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka