Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 240

เล่ม มมร. 70 หน้า 240 ข้อ 2
ถ้าจะพึงได้สหายผู้มีปัญญารักษาตน ประพฤติเช่นเดียว กัน อยู่ด้วยกรรมดี เป็นนักปราชญ์ไซร้ พึงครอบงำอันตราย ทั้งปวง มีใจดี มีสติ เที่ยวไปกับสหายนั้น. ถ้าไม่ได้สหายผู้มีปัญญารักษาตน ผู้อยู่ด้วยกรรมดี เป็น นักปราชญ์ ไว้เป็นเพื่อนเที่ยวไปด้วยกัน พึงเป็นผู้เดียวเที่ยว ไป เหมือนพระราชา ทรงละแว่นแคว้นที่ทรงชนะแล้ว เที่ยว ไปพระองค์เดียว ดังช้างชื่อมาตังคะ ละโขลงอยู่ในป่าฉะนั้น. ความจริง เราย่อมสรรเสริญความถึงพร้อมด้วยสหาย พึง คบหาสหายผู้ประเสริฐกว่า หรือผู้ที่เสมอกัน เมื่อไม่ได้สหาย เหล่านั้น ก็พึงคบหากรรมอันไม่มีโทษ พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไป เช่นกับนอแรดฉะนั้น. ท่านเห็นกำไลมือทองคำอันผุดผ่อง ที่นายช่างทองทำ เสร็จแล้ว กระทบกันอยู่ที่แขนทั้งสอง (เกิดความเบื่อหน่าย) พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไปเช่นกับนอแรดฉะนั้น. การเปล่งวาจา หรือวาจาเครื่องข้องของเรานั้น พึงมีกับ เพื่อนอย่างนี้ ท่านเล็งเห็นภัยนี้ต่อไป พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไป เช่นกับนอแรดฉะนั้น. ก็กามทั้งหลายอันวิจิตร หวานอร่อย เป็นที่รื่นรมย์ใจ ย่อมย่ำยีจิตด้วยสภาพต่าง ๆ ท่านเห็นโทษในกามคุณทั้งหลาย พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไปเหมือนนอแรดฉะนั้น. ความจัญไร หัวฝี อุบาทว์ โรค กิเลสดุจลูกศร และ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka