Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 260

เล่ม มมร. 70 หน้า 260 ข้อ 2
อันที่แท้ พวกเราสรรเสริญสหายสมบัติ พึงคบหาสหาย ผู้ประเสริฐกว่าหรือผู้เสมอกัน บุคคลไม่ได้สหายเหล่านี้ พึง คบหากรรมอันไม่มีโทษ พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไปเหมือนนอแรด ฉะนั้น. บุคคลเห็นกำไลมือทองคำอันสุกปลั่ง อันช่างทองทำสำเร็จ อย่างดี กระทบกันอยู่ที่แขนทั้งสอง พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไป เหมือนนอแรดฉะนั้น. การกล่าวด้วยวาจา หรือการติดข้องของเรา จะพึงมีกับ เพื่อนอย่างนี้ บุคคลเล็งเห็นภัยนี้ ต่อไปภายหน้า พึงเป็น ผู้เดียวเที่ยวไปเหมือนนอแรดฉะนั้น. ก็กามทั้งหลายงดงาม หวานอร่อย เป็นที่รื่นรมย์ใจ ย่อมย่ำยีจิตใจด้วยรูปแปลก ๆ บุคคลเห็นโทษในกามคุณ ทั้งหลาย พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไปเหมือนนอแรดฉะนั้น. ความจัญไร หัวฝี อันตราย โรค บาดแผล และภัย นี้ จะพึงมีแก่เรา บุคคลเห็นภัยนี้ในกามคุณทั้งหลาย พึงเที่ยว ไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น. พึงครอบงำอันตรายนี้ทั้งหมด คือความหนาว ความร้อน ความหิว ความกระหาย ลม แดด เหลือบ ยุง และสัตว์ เลื้อยคลาน พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไปเหมือนนอแรดฉะนั้น. บุคคลพึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไปเช่นกับนอแรด หรือเหมือน ช้างเกิดร่างกายใหญ่โต มีสีดังดอกปทุม ละโขลงอยู่ในป่า ตามชอบใจฉะนั้น. ท่านใคร่ครวญคำของพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าอาทิจจพันธุ์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka